top of page

บทความที่ 215 : เลนส์ลอก ราน ด่างเป็นใยแมงมุม: เกิดจากอะไรจริง ๆ และป้องกันได้แค่ไหน

tbfc1000
11 ต.ค.
ยาว 2 นาที
สรุปสั้น: รอยด่างคล้ายใยแมงมุมบนเลนส์ไม่ใช่รอยขีดข่วน และไม่ใช่เพราะเลนส์ “ไม่มีคุณภาพ” เสมอไป สาเหตุหลักคือเนื้อเลนส์กับชั้นเคลือบขยายตัวเมื่อร้อนไม่เท่ากัน บวกกับความเค้นที่อยู่ในชั้นเคลือบเองอยู่แล้ว — ชั้น SiO₂ เป็นแรงอัดจึงทำให้พองแล้ว ลอก ส่วนชั้น TiO₂/ZrO₂ เป็นแรงดึงจึงทำให้ ราน เป็นรอยแตกละเอียด บทความนี้บอกว่าอะไรกระตุ้นมันในชีวิตคนไทย และป้องกันได้จริงแค่ไหน

วันหนึ่งคุณยกแว่นขึ้นส่องไฟ แล้วเห็นลายเส้นเล็ก ๆ เต็มหน้าเลนส์


มันไม่ใช่รอยขีด เพราะรอยขีดจะเป็นเส้นเดี่ยวไปทางเดียว แต่นี่เป็นลายแตกละเอียดเชื่อมกันทั่วทั้งแผ่น เหมือนใยแมงมุม หรือเหมือนกระจกรถที่ร้าวเป็นตาข่าย


หรือบางคนเจออีกแบบ — เป็นวงด่างขุ่นเป็นหย่อม ๆ เหมือนฟิล์มติดรถที่เริ่มพองเป็นฟอง


เราเจอสองอาการนี้บ่อยที่สุดกับแว่นอายุหนึ่งถึงสองปี ที่เจ้าของบอกว่า “ดูแลดีนะ ไม่เคยทำหล่นเลย”


และคำตอบก็มักทำให้คนตกใจ เพราะต้นเหตุส่วนใหญ่ไม่ใช่การกระแทก ไม่ใช่การเช็ด แต่เป็น ความร้อน


บทความนี้จะอธิบายกลไกให้เห็นชัด ๆ เพราะพอเข้าใจแล้ว วิธีป้องกันจะกลายเป็นเรื่องที่จำได้เอง


ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ

เพราะอาการสองแบบนี้ ซ่อมไม่ได้ ขัดออกไม่ได้ เคลือบทับไม่ได้ ทางเดียวคือเปลี่ยนเลนส์


และเพราะเมืองไทยเป็นสภาพแวดล้อมที่เร่งให้มันเกิดได้เร็วกว่าประเทศเมืองหนาวมาก — รถที่จอดตากแดด ห้องน้ำที่อบไอน้ำ ฝนที่ทำให้เราเอาแว่นไปล้างน้ำอุ่น เหงื่อที่ไหลลงขอบเลนส์ทุกวัน


อ่านจบแล้วคุณจะรู้ว่าพฤติกรรมไหนที่ดูปกติมาก แต่กำลังเร่งอายุชั้นเคลือบของคุณอยู่ และจะรู้ว่าเรื่องไหนอยู่เหนือการควบคุมของเราจริง ๆ


รอยร้าวสองแบบที่หน้าตาไม่เหมือนกัน

ก่อนอื่นต้องแยกคำให้ชัด เพราะสองอาการนี้มาจากแรงคนละทิศ


ราน (crazing) — รอยแตกละเอียดเป็นตาข่ายทั่วผิวเลนส์ มักเห็นชัดเมื่อส่องไฟหรือมองย้อนแสง ผิวยังเรียบอยู่ แต่ภาพเริ่มฟุ้งและแสงแตกกระจาย


ลอก (delamination) — ชั้นเคลือบหลุดแยกออกจากเนื้อเลนส์เป็นหย่อม เห็นเป็นวงด่าง ขุ่น หรือพองเป็นแผ่นบาง ๆ ขอบของหย่อมมักคมชัด


เวลาคนพูดว่า “เลนส์ด่าง” มักหมายถึงแบบหลัง และเวลาพูดว่า “เลนส์เป็นใยแมงมุม” มักหมายถึงแบบแรก


ทั้งสองแบบเกิดจากรากเดียวกัน แต่แสดงออกต่างกันเพราะแรงที่ค้างอยู่ในชั้นเคลือบมีสองทิศ ซึ่งจะอธิบายต่อไป


กลไกหลัก: ของสองอย่างที่ขยายตัวไม่เท่ากัน ถูกบังคับให้ติดกัน

นี่คือหัวใจของทั้งเรื่อง


เลนส์แว่นสมัยนี้คือพลาสติกที่มีชั้นออกไซด์โลหะบางระดับนาโนเมตรเคลือบทับอยู่หลายชั้น (รายละเอียดชั้นทั้งหมดอยู่ใน “การเคลือบเลนส์มีกี่ชั้น”)


พลาสติกกับออกไซด์โลหะมี สัมประสิทธิ์การขยายตัวเมื่อร้อน ไม่เท่ากัน — พลาสติกขยายตัวเมื่อร้อนมากกว่าหลายเท่า


พออุณหภูมิขึ้น เนื้อเลนส์ด้านในพยายามขยาย แต่ชั้นเคลือบด้านนอกขยายตามไม่ทัน ชั้นนอกจึงถูกยืด พอเย็นลง เนื้อเลนส์หดกลับ ชั้นนอกถูกอัด


ลองนึกถึงการทาสีน้ำมันทับบนแผ่นยาง แล้วดึงยางยืดสลับปล่อยวันละหลายรอบ ไม่ว่าสีจะดีแค่ไหน สุดท้ายมันก็แตก


เนื้อเลนส์แต่ละชนิดขยายตัวไม่เท่ากันด้วย และนี่เป็นข้อที่คนซื้อเลนส์บางไม่ค่อยได้ยิน


  • เลนส์ดัชนีสูง (high-index) ขยายตัวเมื่อร้อนมากที่สุด

  • CR-39 และวัสดุดัชนีกลาง อยู่ตรงกลาง

  • โพลีคาร์บอเนตและ Trivex ขยายตัวน้อยที่สุด


แปลว่าถ้าเทียบกันที่ชั้นเคลือบเดียวกันและการใช้งานเดียวกัน เลนส์ยิ่งบางยิ่งมีโจทย์เรื่องความเข้ากันของชั้นเคลือบมากกว่า ไม่ใช่เพราะเลนส์บางคุณภาพต่ำ แต่เพราะฟิสิกส์ของวัสดุเป็นแบบนั้น


ทำไมบางเลนส์ “ลอก” แต่บางเลนส์ “ราน”

คำตอบอยู่ที่ว่าชั้นเคลือบมีความเค้นค้างอยู่ในตัวเองตั้งแต่ตอนผลิต และแต่ละวัสดุมีแรงคนละทิศ


SiO₂ (ซิลิกอนไดออกไซด์ — ชั้นดัชนีต่ำ) มีความเค้นแบบแรงอัด (compressive stress) คือมันดันตัวเองให้โก่งเข้าหาเลนส์ ถ้าแรงอัดมากเกินไป ชั้นเคลือบจะพองตัวขึ้นแล้วแยกออกจากผิวเลนส์ → ผลคือ ลอก


TiO₂ / ZrO₂ (ไทเทเนียมและเซอร์โคเนียมออกไซด์ — ชั้นดัชนีสูง) มีความเค้นแบบแรงดึง (tensile stress) คือมันดึงตัวเองออกจากเลนส์ ถ้าแรงดึงเกินความแข็งแรงยึดเหนี่ยวของชั้น ชั้นเคลือบจะฉีกตัวเอง → ผลคือ ราน เป็นรอยแตกละเอียดตั้งฉากกับแรง


พูดง่าย ๆ คือ ชั้นเคลือบหนึ่งชุดมีทั้งแรงที่ดันเข้าและแรงที่ดึงออกอยู่ในตัว งานของวิศวกรคือ จัดให้สองแรงนี้หักล้างกันพอดี และให้ผลรวมเข้ากับการขยายตัวของเนื้อเลนส์ที่อยู่ข้างใต้


นี่คือเหตุผลที่ชั้นเคลือบตัวเดียวกันอาจอยู่ได้ดีบนเลนส์ชนิดหนึ่ง แต่มีปัญหาบนอีกชนิดหนึ่ง — และเป็นเหตุผลที่ผู้ผลิตรายใหญ่จับคู่ชั้นเคลือบกับเนื้อเลนส์เป็นชุด ไม่ใช่เอาโค้ตตัวเดียวเคลือบทุกอย่าง


สิ่งที่ผู้ผลิตทำเพื่อลดปัญหา มีสองอย่างหลัก คือจับคู่ความเค้นของชั้นเคลือบให้เข้ากับการขยายตัวของเนื้อเลนส์ และใส่ ฮาร์ดโค้ตแบบจุ่มเป็นชั้นกันชน ไว้ตรงกลางเพื่อรับแรงที่ต่างกันนี้


ตัวกระตุ้นในชีวิตจริงแบบไทย ๆ

ทฤษฎีข้างบนแปลเป็นชีวิตประจำวันได้แบบนี้ และหลายข้อเป็นเรื่องที่เราทำกันโดยไม่คิดอะไร


1. วางแว่นไว้บนคอนโซลรถหรือในช่องเก็บของที่ปิดสนิท


นี่คือข้อที่ทำร้ายที่สุด รถที่จอดตากแดดกลางวันในไทยร้อนกว่าอากาศข้างนอกมาก และช่องปิดที่ไม่มีลมผ่านยิ่งอมความร้อน


ถ้าจะจำได้แค่ข้อเดียวจากบทความนี้ ให้จำข้อนี้


2. ล้างแว่นด้วยน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น


หลายคนล้างน้ำอุ่นเพราะรู้สึกว่าสะอาดกว่า ล้างคราบมันออกดีกว่า ซึ่งจริงในแง่คราบมัน แต่ความร้อนคือสิ่งที่ชั้นเคลือบกลัว ให้ใช้น้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องเท่านั้น


3. ไอน้ำและไดร์เป่าผม


ใส่แว่นอาบน้ำอุ่น ใส่แว่นเข้าห้องน้ำที่อบไอน้ำ หรือเป่าผมโดยยังใส่แว่นอยู่ — ทั้งสามอย่างคือการอัดความร้อนและความชื้นเข้าที่ผิวเลนส์พร้อมกัน


4. กรอบสีดำตากแดด


ข้อนี้คนไม่ค่อยรู้ กรอบสีเข้มดูดความร้อนได้มากกว่ากรอบสีอ่อน แล้วส่งความร้อนนั้นต่อเข้าขอบเลนส์ ซึ่งเป็นจุดที่ชั้นเคลือบเริ่มแยกตัวได้ง่ายที่สุด


ไม่ได้แปลว่าห้ามใส่กรอบดำ แต่แปลว่ากรอบดำยิ่งไม่ควรถูกทิ้งไว้ตากแดด


สารเคมีที่ทำลายชั้นเคลือบ — รวมถึงตัวที่เราพาไปเองทุกวัน

ความร้อนเป็นตัวเปิดทาง สารเคมีเป็นตัวลงมือ


น้ำยาที่มีแอมโมเนียหรือแอลกอฮอล์ — น้ำยาเช็ดกระจก น้ำยาทำความสะอาดทั่วบ้าน และแอลกอฮอล์ล้างมือ ล้วนกัดท็อปโค้ตกันน้ำกันน้ำมันที่เป็นชั้นนอกสุด


อะซิโตน — น้ำยาล้างเล็บ ข้อนี้รุนแรงและเร็ว


สเปรย์จัดแต่งผม — ละอองที่ลอยมาเกาะเลนส์ทิ้งคราบที่ต้องออกแรงเช็ด และตัวทำละลายในสเปรย์เองก็ไม่เป็นมิตรกับท็อปโค้ต


ครีมกันแดด — ในไทยเราทาทุกวัน และมันเข้าไปที่ขอบเลนส์กับแป้นจับจมูกได้ง่ายที่สุด


เหงื่อ — ข้อนี้คือข้อที่คนแปลกใจที่สุด เหงื่อมีทั้งเกลือและความเป็นกรด มันกัดท็อปโค้ตแล้วลามเข้าไปตามขอบของชั้นกันสะท้อน


สังเกตไหมว่าเลนส์ที่เริ่มด่างมักด่างจาก ขอบเข้ามา ไม่ใช่กลางออก นั่นเพราะขอบเลนส์คือจุดที่ชั้นเคลือบมีปลายเปิด และเป็นที่ที่เหงื่อกับครีมกันแดดสะสมอยู่


ป้องกันได้แค่ไหน — พูดกันตรง ๆ

เราต้องซื่อสัตย์สองข้อ


ข้อที่หนึ่ง: ป้องกันได้เยอะจริง พฤติกรรมในหัวข้อก่อนหน้านี้อยู่ในมือเราทั้งหมด และมันเป็นตัวแปรที่ใหญ่กว่าที่คนคิด แว่นสองคู่รุ่นเดียวกันที่อยู่กับคนสองคน อายุชั้นเคลือบต่างกันได้เป็นเท่าตัว


ข้อที่สอง: ป้องกันได้ไม่ 100% เพราะการขยายตัวที่ไม่เท่ากันเป็นสมบัติของวัสดุ ไม่ใช่ข้อบกพร่องที่แก้ได้หมด ชั้นเคลือบทุกชุดมีอายุ และเมืองร้อนเร่งนาฬิกานั้นให้เดินเร็วขึ้น


สิ่งที่เราไม่พูดคือเรื่องเงื่อนไขการรับประกัน เพราะ เงื่อนไขประกันชั้นเคลือบต่างกันตามประเทศและตามตัวแทนจำหน่าย ตัวเลขและระยะเวลาที่อ่านเจอบนเว็บต่างประเทศอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณจะได้ในไทย


ทางที่ถูกคือถามร้านให้ยืนยันเงื่อนไขที่ตัวแทนจำหน่ายในไทยให้ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และถามว่าอาการ “ราน” กับ “ลอก” นับเป็นความเสียหายจากการใช้งาน หรือนับเป็นข้อบกพร่องของสินค้า เพราะสองคำนี้ให้ผลต่างกันคนละทาง


เอาไปใช้ยังไง

วิธีล้างที่ถูก


  1. ล้างด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง ห้ามน้ำอุ่น ห้ามน้ำร้อน

  2. ใช้ สบู่อ่อน ถูเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว แล้วล้างออกให้หมด

  3. ห้ามเช็ดแห้งตอนที่ยังมีฝุ่นเกาะ — ฝุ่นคือเมล็ดขัด การเช็ดแห้งคือการลากมันไปบนผิวเลนส์ ล้างน้ำก่อนเสมอ

  4. ซับด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาด กดซับ ไม่ถูวน

  5. ผ้าไมโครไฟเบอร์ต้องซักบ่อย ผ้าที่อมฝุ่นแล้วก็คือกระดาษทรายเนื้อละเอียด


สิ่งที่ห้ามทำ


  • ห้ามทิ้งแว่นไว้ในรถที่จอดตากแดด ไม่ว่าในช่องเก็บของหรือบนคอนโซล

  • ห้ามล้างน้ำอุ่น ห้ามลวกน้ำร้อน

  • ห้ามใช้น้ำยาเช็ดกระจก แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาล้างเล็บ

  • ห้ามเป่าผมโดยยังใส่แว่น

  • ห้ามใช้เสื้อ ทิชชู หรือผ้าเช็ดหน้าเช็ดเลนส์แห้ง ๆ


คำถามที่ควรถามร้านตอนตัดแว่นใหม่


  1. ชั้นเคลือบตัวนี้ จับคู่มาสำหรับเนื้อเลนส์ตัวนี้ หรือเป็นโค้ตมาตรฐานที่ใช้กับทุกวัสดุ

  2. ถ้าเลือกเลนส์บางดัชนีสูง มีคำแนะนำเรื่องการดูแลที่ต่างจากเลนส์ทั่วไปไหม

  3. เงื่อนไขประกันชั้นเคลือบที่ตัวแทนในไทยให้ไว้คืออะไร และอาการรานกับลอกอยู่ในขอบเขตไหน

  4. ถ้าเกิดอาการแล้ว ต้องเคลมกับร้านหรือกับตัวแทน


สรุปให้

  • ราน คือรอยแตกละเอียดเป็นตาข่าย · ลอก คือชั้นเคลือบแยกตัวเป็นหย่อมด่าง สองอาการนี้ซ่อมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเลนส์

  • สาเหตุหลักคือ เนื้อเลนส์กับชั้นเคลือบขยายตัวเมื่อร้อนไม่เท่ากัน — เลนส์ดัชนีสูงขยายตัวมากสุด โพลีคาร์บอเนตกับ Trivex น้อยสุด

  • ชั้น SiO₂ เป็นแรงอัด → ทำให้พองแล้วลอก · ชั้น TiO₂/ZrO₂ เป็นแรงดึง → ทำให้ราน

  • ตัวกระตุ้นอันดับหนึ่งในเมืองไทยคือ แว่นที่ถูกทิ้งไว้ในรถจอดตากแดด รองมาคือน้ำร้อน ไอน้ำ ไดร์เป่าผม และกรอบสีเข้มตากแดด

  • สารเคมีตัวร้ายรวมถึงแอมโมเนีย แอลกอฮอล์ อะซิโตน สเปรย์จัดแต่งผม ครีมกันแดด และ เหงื่อ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เลนส์มักด่างจากขอบเข้ามา · ป้องกันได้เยอะจริง แต่ไม่ 100% เพราะการขยายตัวไม่เท่ากันเป็นสมบัติของวัสดุ


แหล่งอ้างอิง


อ่านต่อ

หน้าหลักที่เกี่ยวข้อง


บทความที่เกี่ยวข้อง

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
บทความที่ 223 : เปลี่ยนเลนส์ใหม่ทุกกี่ปี และเมื่อไหร่ควรอัปเกรดรุ่น ไม่ใช่แค่เปลี่ยนค่าสายตา

“ค่าสายตาเท่าเดิม” ไม่ได้แปลว่าเลนส์คู่เดิมยังทำงานเหมือนเดิม ชั้นเคลือบมีอายุที่ถูกกำหนดด้วยฟิสิกส์ของความร้อนและแรงเค้นในชั้นเคลือบ ไม่ใช่

 
 
 
บทความที่ 222 : อ่านใบวัดสายตาของตัวเอง: SPH, CYL, AXIS, ADD, PD และปริซึม

ใบวัดสายตาคือกระดาษที่บอก “ตาคุณต้องการกำลังแก้เท่าไหร่” ไม่ใช่ใบสั่งเลนส์ SPH บอกกำลังหลักและเครื่องหมายบวกลบบอกทิศทางของปัญหา CYL กับ AXIS

 
 
 
บทความที่ 221 : ค่าสายตาสองข้างต่างกันมาก: ทำไมเลนส์ธรรมดาใส่ไม่สบาย

ถ้าค่าสายตาสองข้างของคุณต่างกันหลายขั้น — ภาวะที่เรียกว่า anisometropia (ภาวะค่าสายตาสองข้างไม่เท่ากัน) — ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่ “ข้างหนึ่งชั

 
 
 

ความคิดเห็น


แว่นปุถุชน โปรเกรสซีฟ
โปรเกรสซีฟ @แว่นปุถุชน  เลนส์ แว่นตา สายตายาว  ควบคุม โดยนักทัศนมาตร และผู้เชี่ยวชาญด้านโปรเกรสซีฟ โดยตรง  ร้านแว่นตา ราคาดี
แว่นปุถุชน โปรเกรสซีฟ
​ร้านแว่นปุถุชน
เลขที่ 19 ซอยพหลโยธิน 21
ถนนพหลโยธิน แขวงจตุจักร
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 092 562 1664
​

PUTUCHON 19 Phaholyothin 21 Rd. Jatujak Bangkok 10900 Tel. 092 562 1664

by แว่นปุถุชน(Putuchon)--OpticsRepublic Proudly created with Wix.com

แว่นปุถุชน optics republic

ผู้ส่งออกเลนส์โปรเกรสซีฟ จำหน่ายตรงถึงผู้ใช้ มีทั้ง เลนส์แบรนด์ต่างประเทศ และเลนส์โปรเกรสซีฟ House Brand คุณภาพสูง คุ้มค่า คุ้มราคากว่า ทำงานโดยทีมงานคุณภาพที่เป็นผู้ชำนาญส่งออกและนำเข้าสินค้าทางวิทยาศาสตร์กว่า 30 ปี ควบคุมการตรวจวัดสายตาโดยนักทัศนมาตรผู้ได้รับใบอนุญาต การจ่ายเลนส์โปรเกรสซีฟโดยนักทัศนมาตร และทีมช่างคุณภาพเชี่ยวชาญเรื่องการเลือกและ Fitting โปรเกรสซีฟ (ใช้เวลา ประมาณ30–45 นาที) รับนัดเท่านั้น ไม่มี Walk in

 

Optics Republic ( putuchon.com) is an optical store that specializing in Progressive lens. We started our business from our experties of being in the business of importing and exporting of Scientific related products, including long shelf life foods, industrial chemicals, lens and contact lens, over 30 years ago.

We have high quality progressive lenses from the international brands as well as the export quality prigressive lens from our House Brand produced at local and as well as international factories. All of our eye exams are done under the supervision of the Optometrist, skilled opticians and refractionist specializing in dispensing Progressive lens.

 

แว่นปุถุชน(Putuchon) --OpticsRepublic 19 ซอยพหลโยธิน 21 แขวงจตจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

19 Phaholyothin21 Rd. Jatujak Bangkok 10900

​

BTS สถานีพหลโยธิน 24 ทางออก 3 เดิน 250 เมตร

อยู่ใกล้ เซนทรัลลาดพร้าว (Central Ladprao) ยูเนียน มอลล์ Union Mall เมเจอร์ รัชโยธิน ( Major Ratchayothin) ตึกช้าง (Elephant Tower) ตึกรสา1 (Rasa1 Tower)

สามารถจอดรถหน้าร้านได้

Tel 092-562-1664 Line: https://lin.ee/9yYnLRI| Messenger: m.me/opticrepublic | www.putuchon.com

เปิดวัดสายตา วันพฤหัสบดี–วันอาทิตย์ 9.00-19.00 น (นัดหมายล่วงหน้า เท่านั้น ไม่รับ Walk in)

4.9 ★ จากรีวิว Google จากลูกค้าผู้ใช้จริง กว่า 200 รายการ  รีวิว (Review)​​

bottom of page