top of page

บทความที่ 222 : อ่านใบวัดสายตาของตัวเอง: SPH, CYL, AXIS, ADD, PD และปริซึม

tbfc1000
11 ต.ค.
ยาว 3 นาที
สรุปสั้น: ใบวัดสายตาคือกระดาษที่บอก “ตาคุณต้องการกำลังแก้เท่าไหร่” ไม่ใช่ใบสั่งเลนส์ SPH บอกกำลังหลักและเครื่องหมายบวกลบบอกทิศทางของปัญหา CYL กับ AXIS บอกเรื่องสายตาเอียง ADD คือกำลังที่เพิ่มให้ระยะใกล้ PD คือระยะห่างรูม่านตา ส่วนปริซึมเป็นค่าที่ใส่เมื่อตาสองข้างเล็งไม่ตรงกัน และมีอีกหลายค่าที่ ไม่อยู่ บนใบนี้ แต่ร้านต้องวัดเพิ่มก่อนสั่งเลนส์ได้

คุณเพิ่งวัดสายตาเสร็จ พนักงานยื่นกระดาษแผ่นเล็กให้


บนกระดาษมีตัวเลขติดลบสองสามตัว มีคำย่อภาษาอังกฤษที่ไม่เคยเห็น มีเลขสามหลักที่ดูเหมือนองศา และมีช่องว่างที่ไม่ได้กรอกอยู่หลายช่อง


คุณพยักหน้า เก็บใส่กระเป๋า แล้วก็ไม่ได้เปิดดูอีกเลย


มันเหมือนสลิปเงินเดือน ที่เรามีทุกเดือนแต่ดูแค่ยอดสุทธิ ส่วนบรรทัดอื่นก็ปล่อยผ่าน


บทความนี้จะทำให้คุณอ่านทุกช่องบนใบวัดสายตาของตัวเองออก — และรู้ด้วยว่าช่องไหน “ไม่มี” อยู่บนนั้น แต่สำคัญไม่แพ้กัน


ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ

เพราะใบวัดสายตาเป็นเอกสารของคุณ ไม่ใช่ของร้าน


อ่านออกแล้วคุณจะเทียบได้ว่าค่าสายตาปีนี้กับปีที่แล้วต่างกันตรงไหน จะรู้ว่าตอนไปตัดแว่นร้านใส่ค่าถูกหรือเปล่า จะรู้ว่าเวลาตัดแว่นออนไลน์แล้วเขาขอค่าอะไรบ้าง และจะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่คำว่า “ค่าสายตาเท่าเดิม” ไม่ได้แปลว่าเลนส์ควรเหมือนเดิม


และสำคัญที่สุด — คุณจะรู้ว่าใบนี้บอกอะไรไม่ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่คนใส่แว่นใบวัดสายตาเดียวกันสองคู่แล้วรู้สึกต่างกัน


อ่านหัวตารางให้ออกก่อน

ก่อนจะดูตัวเลข ให้ดูว่าแต่ละบรรทัดหมายถึงตาข้างไหน


คำย่อ

มาจาก

หมายถึง

OD

oculus dexter

ตาขวา

OS

oculus sinister

ตาซ้าย

OU

oculus uterque

ตาทั้งสองข้าง


บางร้านไม่ใช้คำละติน แต่เขียน R / L หรือ ขวา / ซ้าย ตรง ๆ ซึ่งอ่านง่ายกว่าและไม่ได้ด้อยกว่าเลย


อีกจุดที่ต้องดูคือคำกำกับแถวว่าเป็นค่าสำหรับระยะไหน มักเขียนเป็น DV (distance vision — ระยะไกล) กับ NV (near vision — ระยะใกล้) ถ้าใบของคุณมีสองแถวต่อตาหนึ่งข้าง นั่นแปลว่ามีค่าสำหรับระยะใกล้แยกไว้ด้วย


ระวังอย่าสลับซ้ายขวา — ในคนจำนวนมากค่าสองข้างไม่เท่ากัน และการสลับข้างทำให้ใส่แว่นไม่สบายทันที


SPH — กำลังหลักของเลนส์ และความหมายของเครื่องหมาย

SPH ย่อจาก sphere แปลว่า “กำลังทรงกลม” คือกำลังแก้สายตาหลักที่กระจายเท่ากันทุกแนวของเลนส์


หน่วยคือ ไดออปเตอร์ (diopter, D) ซึ่งเป็นหน่วยวัดกำลังหักเหแสงของเลนส์ ตัวเลขยิ่งมากยิ่งต้องการกำลังแก้มาก


เครื่องหมายหน้าตัวเลขสำคัญกว่าตัวเลขเสียด้วยซ้ำ


  • เครื่องหมายลบ (−) เช่น −2.50 คือเลนส์กระจายแสง ใช้แก้ภาวะที่แสงโฟกัสตกก่อนถึงจอประสาทตา ซึ่งคือ สายตาสั้น (myopia) มองไกลไม่ชัด

  • เครื่องหมายบวก (+) เช่น +1.75 คือเลนส์รวมแสง ใช้แก้ภาวะที่แสงโฟกัสตกเลยจอประสาทตาไป ซึ่งคือ สายตายาว (hyperopia) และยังใช้ในแว่นอ่านหนังสือสำหรับสายตายาวตามวัยด้วย


ค่าบนใบวัดสายตามักเป็นขั้นละ 0.25 D เช่น −2.00 / −2.25 / −2.50 เพราะนี่คือขั้นที่เครื่องมือวัดและเลนส์สำเร็จในคลังผลิตใช้กันเป็นมาตรฐาน


ถ้าช่อง SPH เขียนว่า PL หรือ Plano หรือ 0.00 แปลว่าระยะไกลไม่ต้องแก้กำลังทรงกลม ซึ่งเจอได้ในคนที่มีแต่สายตาเอียง หรือคนที่ใช้แว่นเพื่อระยะใกล้อย่างเดียว


เรื่องที่ควรเลิกทำ: เอาค่า SPH ไปเทียบกับ “สายตา 20/20” ทั้งสองอย่างเป็นตัวเลขคนละชนิด ค่า SPH บอกกำลังเลนส์ที่ต้องใช้ ส่วน 20/20 หรือ 6/6 คือผลการอ่านแถวตัวอักษร เป็นการวัดความคมชัด ไม่ใช่กำลังเลนส์


CYL กับ AXIS — คู่ที่ต้องอ่านพร้อมกันเสมอ

CYL ย่อจาก cylinder แปลว่า “กำลังทรงกระบอก” เป็นค่าที่ใส่เมื่อตาหักเหแสงในแต่ละแนวไม่เท่ากัน ซึ่งคือ สายตาเอียง (astigmatism)


ลองนึกภาพลูกฟุตบอลกับลูกรักบี้ ผิวลูกฟุตบอลโค้งเท่ากันทุกทิศ ส่วนลูกรักบี้โค้งด้านหนึ่งมากกว่าอีกด้าน ตาที่มีสายตาเอียงเป็นแบบหลัง จึงต้องใช้เลนส์ที่มีกำลังไม่เท่ากันในแต่ละแนวมาหักล้าง


แต่เลนส์ที่กำลังไม่เท่ากันในแต่ละแนว จะใช้ได้เฉพาะเมื่อหมุนให้ตรงแนว จึงต้องมีค่าที่สองกำกับ


AXIS (แกน) คือองศาที่บอกแนวของกำลังทรงกระบอกนั้น มีค่าตั้งแต่ 1 ถึง 180 ตามระบบองศาที่วงการสายตาใช้ร่วมกัน


ทำไมถึงหยุดที่ 180 ไม่ไปถึง 360 — เพราะแนวเป็นเส้น ไม่ใช่ทิศทาง เส้นที่เอียง 10 องศา กับเส้นที่เอียง 190 องศา เป็นเส้นเดียวกัน จึงไม่ต้องนับรอบเต็ม


ในระบบนี้ 90 คือแนวตั้ง และ 180 คือแนวนอน และเลข AXIS มักเขียนโดยไม่มีสัญลักษณ์องศา หรือเขียนนำด้วย × เช่น −0.75 × 175


กฎที่ต้องจำ: ถ้ามี CYL ต้องมี AXIS และถ้าไม่มี CYL ช่อง AXIS ต้องว่าง เลข AXIS ลอย ๆ โดยไม่มี CYL ไม่มีความหมายใด ๆ


เรื่องที่คนไม่เคยรู้: ค่า CYL เขียนได้สองรูปแบบที่ให้เลนส์เหมือนกันเป๊ะ


รูปแบบเครื่องหมายลบ (minus cylinder) เป็นที่นิยมในร้านแว่นและคลินิกสายตา ส่วนรูปแบบเครื่องหมายบวก (plus cylinder) พบในเอกสารทางจักษุวิทยาบางแห่ง การแปลงกลับไปกลับมาเรียกว่า การทรานสโพส (transposition) ทำได้สามขั้น


  1. บวกค่า CYL เข้าไปใน SPH

  2. กลับเครื่องหมายของ CYL

  3. หมุน AXIS ไป 90 องศา (ถ้าเกิน 180 ให้ลบ 180 ออก)


ตัวอย่าง: −1.00 −0.50 × 180 กับ −1.50 +0.50 × 90 คือใบสั่งเดียวกัน


ดังนั้นถ้าคุณเทียบใบเก่ากับใบใหม่แล้วตกใจว่าเลขเปลี่ยนไปเยอะ ให้เช็กก่อนว่ามันเขียนคนละรูปแบบหรือเปล่า นี่เป็นความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นบ่อย


ADD — กำลังที่เพิ่มให้ระยะใกล้

ADD ย่อจาก addition คือกำลังบวกที่เพิ่มเข้าไปจากค่ามองไกล เพื่อช่วยการมองใกล้


ค่านี้จะโผล่มาบนใบวัดสายตาเมื่อกล้ามเนื้อเพ่งของตาเริ่มเพ่งใกล้ได้น้อยลง ซึ่งเป็นภาวะ สายตายาวตามวัย (presbyopia)


สามข้อที่ควรรู้เรื่อง ADD


  • ADD เป็นค่าบวกเสมอ ไม่มี ADD ติดลบ

  • มันคือค่าที่ต้องเอาไปบวก ไม่ใช่ค่าสุทธิ กำลังสำหรับระยะใกล้ = SPH ของตาข้างนั้น + ADD ถ้ามองไกล −2.00 และ ADD +2.00 กำลังสำหรับอ่านหนังสือคือ 0.00 ไม่ใช่ +2.00

  • ส่วนใหญ่ค่า ADD เท่ากันทั้งสองตา เพราะเป็นการชดเชยความสามารถในการเพ่งที่ลดลงตามวัย ซึ่งมักลดพร้อมกัน แต่มีข้อยกเว้นได้ตามการตรวจของแต่ละคน


ถ้าใบของคุณมี ADD นั่นแปลว่าคุณมีทางเลือกเลนส์หลายแบบ — แว่นอ่านหนังสือแยกใบ เลนส์สองชั้น เลนส์โปรเกรสซีฟ หรือเลนส์ออฟฟิศสำหรับระยะกลาง แต่ใบวัดสายตาไม่ได้บอกว่าคุณควรใช้แบบไหน นั่นเป็นการตัดสินใจอีกชั้นที่ต้องคุยกับร้าน


PD — ระยะห่างรูม่านตา และเหตุผลที่มีสองแบบ

PD ย่อจาก pupillary distance คือระยะห่างระหว่างรูม่านตาสองข้าง หน่วยเป็น มิลลิเมตร


ค่านี้บอกร้านว่าจะวาง “จุดใช้งาน” ของเลนส์ไว้ตรงไหนบนกรอบ ให้ตรงกับตาคุณพอดี


มีสองแบบที่ต้องแยกให้ออก


  • PD รวมสองข้าง (binocular PD) เป็นเลขตัวเดียว เช่น 63 คือระยะจากรูม่านตาข้างหนึ่งถึงอีกข้างหนึ่ง

  • PD แยกข้าง (monocular PD) เป็นสองตัวเลข เช่น 31/32 คือระยะจากกลางสันจมูกถึงรูม่านตาแต่ละข้าง


ทำไมต้องมีแบบแยกข้าง เพราะใบหน้าคนส่วนใหญ่ไม่สมมาตรเป๊ะ ถ้าใช้แต่ค่ารวมแล้วหารสอง จุดใช้งานของเลนส์ข้างหนึ่งจะเลื่อนออกจากรูม่านตาจริง เรื่องนี้ยิ่งสำคัญเมื่อค่าสายตาสูง และสำคัญมากในเลนส์โปรเกรสซีฟที่มีทางเดินสายตาแคบ


อีกจุดที่หลายคนไม่รู้ — PD สำหรับระยะใกล้จะน้อยกว่า PD สำหรับระยะไกล เพราะเวลามองใกล้ ตาสองข้างหมุนเข้าหากัน (convergence) รูม่านตาจึงขยับเข้าใกล้กันจริง ๆ ดังนั้นถ้าใบของคุณมี PD สองค่าโดยกำกับว่าไกลกับใกล้ นั่นถูกต้องแล้ว ไม่ใช่การพิมพ์ผิด


เราจะไม่บอกว่า PD “ปกติ” ควรอยู่ช่วงเท่าไหร่ เพราะมันต่างกันตามโครงหน้าและอายุ และการเอาช่วงตัวเลขมาตัดสินตัวเองไม่มีประโยชน์ในทางปฏิบัติ


ปริซึม และทิศของฐาน — ช่องที่คนส่วนใหญ่ไม่มี

ช่อง PRISM และ BASE บนใบวัดสายตาส่วนใหญ่จะว่าง และนั่นคือเรื่องปกติ


ปริซึมจะถูกสั่งเมื่อตาสองข้างเล็งไปไม่ตรงจุดเดียวกัน ทำให้สมองต้องออกแรงรวมภาพ หรือในบางกรณีเห็นภาพซ้อน เลนส์ที่ใส่ปริซึมจะเบนทางเดินของแสงเล็กน้อย เพื่อให้ภาพไปตกตรงจุดที่ตาแต่ละข้างเล็งอยู่จริง


ปริมาณปริซึมวัดเป็นหน่วย ปริซึมไดออปเตอร์ เขียนด้วยสัญลักษณ์สามเหลี่ยม Δ ส่วน ทิศของฐาน (base) บอกว่าเบนแสงไปทางไหน มีสี่ทิศหลัก


คำย่อ

เต็ม

ทิศของฐานปริซึม

BI

base in

เข้าหาสันจมูก

BO

base out

ออกไปทางหู

BU

base up

ขึ้นด้านบน

BD

base down

ลงด้านล่าง


ปริซึมกับทิศของฐานต้องมาคู่กันเสมอ เพราะตัวเลขปริซึมโดยไม่มีทิศก็เหมือนบอกระยะทางแต่ไม่บอกว่าไปทางไหน


ข้อควรรู้เชิงปฏิบัติคือ เลนส์ที่มีปริซึมจะหนาขึ้นด้านหนึ่ง และมีข้อจำกัดเรื่องกรอบมากกว่าเลนส์ทั่วไป ถ้าใบของคุณมีค่าปริซึม ให้บอกร้านตั้งแต่ตอนเลือกกรอบ ไม่ใช่ตอนสั่งเลนส์


ค่าที่ “ไม่อยู่” บนใบวัดสายตา แต่ร้านต้องวัดเพิ่ม

นี่คือหัวข้อที่เราอยากให้คุณอ่านมากที่สุด เพราะมันอธิบายเรื่องที่คนสงสัยกันมาก


ใบวัดสายตาบอกว่าตาคุณต้องการกำลังแก้เท่าไหร่ แต่เลนส์จะให้กำลังนั้นถึงตาคุณได้จริงหรือไม่ ขึ้นกับว่าเลนส์ไปอยู่ตรงไหนบนหน้าคุณ


ค่าเหล่านี้จึงต้องวัดกับกรอบที่คุณเลือกจริง สวมบนหน้าคุณจริง และไม่มีทางอยู่บนกระดาษจากการวัดสายตา


  • ความสูงจุดมอง (fitting height) — ระดับความสูงของจุดที่ตาคุณมองผ่านเลนส์ เมื่อสวมกรอบใบนั้นและยืนมองตรง จำเป็นทั้งกับเลนส์โปรเกรสซีฟและเลนส์สองชั้น

  • ระยะจากผิวเลนส์ถึงตา (BVD หรือ vertex distance) — เพราะเลนส์กำลังเดียวกันที่วางห่างตาต่างกัน ให้กำลังที่ถึงตาต่างกัน ยิ่งค่าสายตาสูงยิ่งต่างชัด

  • มุมเอียงของกรอบ (pantoscopic tilt) — กรอบแว่นไม่ได้ตั้งฉากกับแนวมองพอดี ความเอียงนี้เปลี่ยนกำลังที่ตาได้รับ

  • ความโค้งหน้ากรอบ (wrap หรือ face form) — กรอบทรงโค้งรับหน้าแบบแว่นกีฬาเปลี่ยนแนวแสงมากกว่ากรอบแบน

  • ข้อมูลกรอบ — ขนาดช่องเลนส์ ความกว้างสะพานจมูก ความสูงช่องเลนส์ และชนิดกรอบ (เต็มกรอบ เซาะร่อง ไร้กรอบ)


สามค่ากลาง ๆ ในรายการนี้ — BVD มุมเอียง และความโค้งหน้ากรอบ — รวมเรียกว่า ค่าตำแหน่งการสวมใส่ (position of wear) และเป็นชุดค่าที่เลนส์รุ่นสูงขึ้นไปนำไปใช้คำนวณผิวเลนส์เฉพาะใบ


นี่คือเหตุผลที่ร้านที่มีเครื่องวัดจุดศูนย์กลางแบบดิจิทัลสามารถสั่งเลนส์รุ่นที่ต้องใช้ค่าเหล่านี้ได้ ขณะที่ร้านที่วัดด้วยไม้บรรทัดอย่างเดียวจะสั่งได้แค่รุ่นที่ใช้ค่าพื้นฐาน — ไม่ใช่เพราะร้านไหนดีกว่า แต่เพราะเลนส์แต่ละรุ่นต้องการข้อมูลป้อนเข้าไม่เท่ากัน


ใบวัดสายตาไม่ใช่ใบสั่งเลนส์

ข้อนี้สั้นแต่สำคัญ


ใบวัดสายตาบอกค่าสายตา มันไม่ได้บอกสี่อย่างนี้เลย


  1. ดีไซน์เลนส์ — ชั้นเดียว สองชั้น โปรเกรสซีฟ หรือเลนส์ออฟฟิศระยะกลาง และถ้าโปรเกรสซีฟก็ยังมีรุ่นให้เลือกอีกหลายชั้น

  2. ค่าดัชนีหักเห (index) — ตัวที่กำหนดความหนาบางของเลนส์ที่ค่าสายตาเท่ากัน

  3. วัสดุ — CR-39 โพลีคาร์บอเนต Trivex หรือวัสดุดัชนีสูง ซึ่งต่างกันที่ความเหนียว น้ำหนัก และความคมของภาพ

  4. ชั้นเคลือบ — กันสะท้อน กันรอย กันไฟฟ้าสถิต กันน้ำกันน้ำมัน หรือชั้นที่ปรับให้สะท้อนแสงสีฟ้า


แปลว่าคนสองคนที่ถือใบวัดสายตาเหมือนกันเป๊ะ อาจได้แว่นที่ใส่แล้วรู้สึกต่างกันคนละเรื่อง เพราะสี่ข้อข้างบนนี้ต่างกัน


ใบวัดสายตาคือวัตถุดิบ ส่วนแว่นคือของที่ปรุงเสร็จ


ส่วนที่ต้องพูดตรง ๆ

ค่าสายตาเป็นภาพนิ่งของวันที่วัด ค่าที่ได้ขึ้นกับสภาพตาวันนั้น ความล้า แสงในห้องวัด และวิธีวัดของแต่ละที่ การที่สองร้านวัดได้ไม่เท่ากันเป๊ะจึงเกิดขึ้นได้ตามปกติ ไม่ได้แปลว่ามีร้านหนึ่งวัดผิด


เราไม่ระบุช่วง “ปกติ” ของค่าไหนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น PD ค่า ADD ตามอายุ หรือค่า CYL ที่ถือว่าเอียงมาก เพราะตัวเลขที่เหมาะกับคนคนหนึ่งขึ้นกับการตรวจของคนคนนั้น การยกช่วงตัวเลขมาแปะให้ดูเหมือนเกณฑ์ทางคลินิกจะทำให้เข้าใจผิดมากกว่าได้ประโยชน์


การอ่านใบวัดสายตาออก ไม่ใช่การตรวจสุขภาพตา ใบนี้บอกเรื่องกำลังแก้สายตา ไม่ได้บอกเรื่องความดันตา จอประสาทตา หรือขั้วประสาทตา สองเรื่องนี้แยกกัน และเรื่องหลังต้องอาศัยการตรวจโดยบุคลากรทางการแพทย์


คำย่อและรูปแบบใบไม่ได้เหมือนกันทุกที่ บางใบใช้คำละติน บางใบใช้ไทย บางใบเขียน CYL แบบบวก บางใบแบบลบ และบางใบไม่กรอก PD เลยเพราะถือว่าเป็นค่าที่วัดตอนเลือกกรอบ ถ้ามีช่องที่คุณอ่านไม่ออก ให้ถาม อย่าเดา


เอาไปใช้ยังไง

เช็กลิสต์เวลารับใบวัดสายตา


  1. ขอสำเนาหรือถ่ายรูปเก็บไว้ทุกครั้ง พร้อมจดวันที่และชื่อที่วัด

  2. ตรวจว่ามีแถวครบทั้งตาขวาและตาซ้าย และดูว่าใช้ OD/OS หรือ R/L

  3. ถ้ามีค่า CYL ให้เช็กว่ามีค่า AXIS กำกับครบทุกข้าง

  4. ถ้ามีค่า ADD ให้ถามว่านี่คือค่าเพิ่มจากมองไกล ใช่หรือไม่

  5. ถ้าช่อง PD ว่าง ให้ถามว่าจะวัดตอนไหน และจะวัดแบบรวมหรือแยกข้าง

  6. ถ้ามีค่าปริซึม ให้เช็กว่ามีทิศของฐานกำกับ และบอกร้านก่อนเลือกกรอบ


คำถามที่ควรถามร้านตอนสั่งเลนส์


  • “ร้านวัดความสูงจุดมองกับค่าตำแหน่งการสวมใส่ให้ไหม และวัดด้วยอะไร”

  • “เลนส์รุ่นที่เสนอ ใช้ค่าอะไรบ้างในการคำนวณ”

  • “PD ที่ใช้สั่งเลนส์คู่นี้ เป็นแบบรวมหรือแยกข้าง”


สรุปให้

  • SPH คือกำลังหลัก หน่วยไดออปเตอร์ เครื่องหมายลบคือสายตาสั้น เครื่องหมายบวกคือสายตายาว และเทียบกับ “20/20” ไม่ได้

  • CYL กับ AXIS ต้องมาคู่กันเสมอ AXIS มีค่า 1–180 เพราะแนวเป็นเส้นไม่ใช่ทิศทาง และใบสั่งเดียวกันเขียนได้ทั้งแบบ CYL บวกและ CYL ลบ

  • ADD เป็นค่าบวกที่ต้องเอาไปบวกกับ SPH ไม่ใช่กำลังสุทธิของแว่นอ่านหนังสือ

  • PD มีทั้งแบบรวมสองข้างและแยกข้าง แบบแยกข้างแม่นกว่าเพราะหน้าคนไม่สมมาตร และ PD ระยะใกล้น้อยกว่าระยะไกลตามธรรมชาติ

  • ค่าที่ไม่อยู่บนใบ — ความสูงจุดมอง BVD มุมเอียงกรอบ ความโค้งหน้ากรอบ และข้อมูลกรอบ — ต้องวัดกับกรอบจริงบนหน้าคุณ และ ใบวัดสายตาไม่ได้บอกดีไซน์ ค่า index วัสดุ หรือชั้นเคลือบ


แหล่งอ้างอิง


อ่านต่อ

หน้าหลักที่เกี่ยวข้อง


บทความที่เกี่ยวข้อง

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
บทความที่ 223 : เปลี่ยนเลนส์ใหม่ทุกกี่ปี และเมื่อไหร่ควรอัปเกรดรุ่น ไม่ใช่แค่เปลี่ยนค่าสายตา

“ค่าสายตาเท่าเดิม” ไม่ได้แปลว่าเลนส์คู่เดิมยังทำงานเหมือนเดิม ชั้นเคลือบมีอายุที่ถูกกำหนดด้วยฟิสิกส์ของความร้อนและแรงเค้นในชั้นเคลือบ ไม่ใช่

 
 
 
บทความที่ 221 : ค่าสายตาสองข้างต่างกันมาก: ทำไมเลนส์ธรรมดาใส่ไม่สบาย

ถ้าค่าสายตาสองข้างของคุณต่างกันหลายขั้น — ภาวะที่เรียกว่า anisometropia (ภาวะค่าสายตาสองข้างไม่เท่ากัน) — ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่ “ข้างหนึ่งชั

 
 
 
บทความที่ 220 : เลนส์ corridor สั้นกับกรอบเล็ก: ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเลือกกรอบ

เลนส์โปรเกรสซีฟทุกตัวมี corridor (ทางเดินสายตา คือแถบแคบ ๆ ที่ค่าสายตาค่อย ๆ เปลี่ยนจากไกลไปใกล้) และ corridor มี “ความยาว” เป็นมิลลิเมตร ZE

 
 
 

ความคิดเห็น


แว่นปุถุชน โปรเกรสซีฟ
โปรเกรสซีฟ @แว่นปุถุชน  เลนส์ แว่นตา สายตายาว  ควบคุม โดยนักทัศนมาตร และผู้เชี่ยวชาญด้านโปรเกรสซีฟ โดยตรง  ร้านแว่นตา ราคาดี
แว่นปุถุชน โปรเกรสซีฟ
​ร้านแว่นปุถุชน
เลขที่ 19 ซอยพหลโยธิน 21
ถนนพหลโยธิน แขวงจตุจักร
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 092 562 1664
​

PUTUCHON 19 Phaholyothin 21 Rd. Jatujak Bangkok 10900 Tel. 092 562 1664

by แว่นปุถุชน(Putuchon)--OpticsRepublic Proudly created with Wix.com

แว่นปุถุชน optics republic

ผู้ส่งออกเลนส์โปรเกรสซีฟ จำหน่ายตรงถึงผู้ใช้ มีทั้ง เลนส์แบรนด์ต่างประเทศ และเลนส์โปรเกรสซีฟ House Brand คุณภาพสูง คุ้มค่า คุ้มราคากว่า ทำงานโดยทีมงานคุณภาพที่เป็นผู้ชำนาญส่งออกและนำเข้าสินค้าทางวิทยาศาสตร์กว่า 30 ปี ควบคุมการตรวจวัดสายตาโดยนักทัศนมาตรผู้ได้รับใบอนุญาต การจ่ายเลนส์โปรเกรสซีฟโดยนักทัศนมาตร และทีมช่างคุณภาพเชี่ยวชาญเรื่องการเลือกและ Fitting โปรเกรสซีฟ (ใช้เวลา ประมาณ30–45 นาที) รับนัดเท่านั้น ไม่มี Walk in

 

Optics Republic ( putuchon.com) is an optical store that specializing in Progressive lens. We started our business from our experties of being in the business of importing and exporting of Scientific related products, including long shelf life foods, industrial chemicals, lens and contact lens, over 30 years ago.

We have high quality progressive lenses from the international brands as well as the export quality prigressive lens from our House Brand produced at local and as well as international factories. All of our eye exams are done under the supervision of the Optometrist, skilled opticians and refractionist specializing in dispensing Progressive lens.

 

แว่นปุถุชน(Putuchon) --OpticsRepublic 19 ซอยพหลโยธิน 21 แขวงจตจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

19 Phaholyothin21 Rd. Jatujak Bangkok 10900

​

BTS สถานีพหลโยธิน 24 ทางออก 3 เดิน 250 เมตร

อยู่ใกล้ เซนทรัลลาดพร้าว (Central Ladprao) ยูเนียน มอลล์ Union Mall เมเจอร์ รัชโยธิน ( Major Ratchayothin) ตึกช้าง (Elephant Tower) ตึกรสา1 (Rasa1 Tower)

สามารถจอดรถหน้าร้านได้

Tel 092-562-1664 Line: https://lin.ee/9yYnLRI| Messenger: m.me/opticrepublic | www.putuchon.com

เปิดวัดสายตา วันพฤหัสบดี–วันอาทิตย์ 9.00-19.00 น (นัดหมายล่วงหน้า เท่านั้น ไม่รับ Walk in)

4.9 ★ จากรีวิว Google จากลูกค้าผู้ใช้จริง กว่า 200 รายการ  รีวิว (Review)​​

bottom of page