top of page

บทความที่ 221 : ค่าสายตาสองข้างต่างกันมาก: ทำไมเลนส์ธรรมดาใส่ไม่สบาย

tbfc1000
11 ต.ค.
ยาว 3 นาที
สรุปสั้น: ถ้าค่าสายตาสองข้างของคุณต่างกันหลายขั้น — ภาวะที่เรียกว่า anisometropia (ภาวะค่าสายตาสองข้างไม่เท่ากัน) — ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่ “ข้างหนึ่งชัดน้อยกว่า” แต่เป็นสมองได้รับภาพสองภาพที่ขนาดไม่เท่ากันและขยับไม่พร้อมกัน อาการจึงออกมาเป็นล้า ปวดหัว หรือเวียนตอนอ่านหนังสือ มากกว่าเป็นความเบลอตรง ๆ Hoya ระบุว่ามีเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อกรณีนี้โดยเฉพาะ คือ Binocular Harmonization Technology และ 3D Binocular Vision ส่วนจะเลือกอย่างไรยังต้องขึ้นกับการประเมินรายคน

ใบวัดสายตาของคุณเขียนว่าตาขวา −1.25 ตาซ้าย −4.50


ตั้งแต่เด็กคุณได้ยินคำอธิบายเดียวมาตลอด คือ “ตาข้างซ้ายแย่กว่า” ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ไม่ได้อธิบายอะไรเลย


แล้วพอตัดแว่นใหม่ที่แก้ครบทั้งสองข้าง เรื่องแปลก ๆ ก็เริ่ม — เดินลงบันไดห้างแล้วรู้สึกขั้นบันไดไม่อยู่ตรงที่ตาบอก อ่านหนังสือได้ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วต้องถอดแว่นพักตา ตัวหนังสือบรรทัดล่าง ๆ ดูเหมือนขยับหนีเล็กน้อย


คุณกลับไปที่ร้าน ร้านวัดซ้ำแล้วบอกว่าค่าถูกแล้ว ชัด 20/20 ทั้งสองข้าง


ทั้งร้านและคุณไม่ได้ผิดคนไหนเลย เพราะสิ่งที่ไม่สบายไม่ได้อยู่ในตาข้างใดข้างหนึ่ง มันอยู่ในงานที่สมองต้องทำเมื่อเอาภาพสองภาพมารวมกัน


ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ

เพราะนี่เป็นกลุ่มคนที่มักถูกบอกว่า “เดี๋ยวก็ชิน” แล้วก็ไม่ชินจริง ๆ


ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้ การรู้กลไกจะเปลี่ยนสองอย่าง — คุณจะอธิบายอาการให้ร้านฟังได้ตรงจุดกว่า “ใส่แล้วไม่สบาย” และคุณจะรู้ว่ามีดีไซน์เลนส์ที่ออกแบบมาเพื่อเรื่องนี้จริง ไม่ใช่แค่ต้องยอมทนไปตลอด


anisometropia คืออะไร และ “ต่างกันมาก” คือเท่าไหร่

anisometropia คือภาวะที่ค่าสายตาของตาสองข้างไม่เท่ากัน ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วเกือบทุกคนไม่เท่ากันอยู่บ้าง ต่างกัน 0.25 ถึง 0.50 ขั้นเป็นเรื่องปกติมาก


ส่วนคำว่า “ต่างกันมาก” นั้น ไม่มีเส้นแบ่งที่เราจะยกมาอ้างเป็นตัวเลขกลางได้ เพราะคนสองคนที่ค่าต่างกันเท่ากันอาจทนได้ไม่เท่ากัน ขึ้นกับว่าต่างกันในทิศทางไหน มีสายตาเอียงร่วมด้วยไหม และตาสองข้างเคยทำงานร่วมกันมาดีแค่ไหน


เอาแบบใช้งานได้จริงกว่าคือ ถ้าคุณดูใบวัดสายตาแล้วเห็นเลขช่อง SPH ของสองข้างต่างกันมากพอที่จะสังเกตได้ด้วยตาเปล่า เรื่องในบทความนี้เกี่ยวกับคุณ และเป็นประเด็นที่ควรยกขึ้นคุยกับคนที่ตรวจสายตาให้คุณ


ปัญหาที่แท้จริง: ภาพสองภาพที่ไม่เท่ากันและไม่อยู่ที่เดียวกัน

เลนส์แว่นไม่ได้แค่ “ปรับโฟกัส” มันเปลี่ยนภาพที่วิ่งเข้าตาด้วยสองทางที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้


1. ขนาดภาพไม่เท่ากัน

เลนส์สายตาสั้น (ค่าลบ) ทำให้ภาพที่เห็นเล็กลงกว่าของจริง ยิ่งกำลังเลนส์มาก ยิ่งเล็กลงมาก เลนส์สายตายาว (ค่าบวก) ทำตรงกันข้าม คือทำให้ภาพใหญ่ขึ้น


ถ้าตาสองข้างของคุณใส่เลนส์กำลังต่างกันหลายขั้น แปลว่าตาสองข้างได้รับภาพของฉากเดียวกันในขนาดที่ไม่เท่ากัน


สมองไม่มีปุ่มปฏิเสธ มันต้องเอาสองภาพนั้นมาซ้อนกันให้เป็นภาพเดียวอยู่ดี และการซ้อนภาพที่ขนาดไม่พอดีกันคืองานที่กินแรง


2. ภาพไม่ขยับพร้อมกันเมื่อเรามองนอกจุดศูนย์กลางเลนส์

ข้อนี้สำคัญกว่าข้อแรกในชีวิตประจำวัน และเป็นข้อที่คนแทบไม่เคยได้ยิน


เมื่อเรามองผ่านเลนส์ตรงจุดศูนย์กลาง แสงเดินตรง แต่ทันทีที่เราเหลือบสายตาออกจากจุดศูนย์กลาง เลนส์จะเริ่มทำตัวเหมือนปริซึม คือหักภาพให้เลื่อนไปจากตำแหน่งจริงเล็กน้อย


ปริมาณการเลื่อนขึ้นกับกำลังเลนส์ เลนส์กำลังมากเลื่อนมาก เลนส์กำลังน้อยเลื่อนน้อย


ตอนนี้ลองนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเวลาคุณก้มอ่านหนังสือ ตาทั้งสองข้างกวาดลงต่ำและเข้าหากัน ตาซ้ายกับตาขวามองผ่านเลนส์ในตำแหน่งที่ห่างจากจุดศูนย์กลาง


ถ้าเลนส์สองข้างกำลังไม่เท่ากัน ภาพของตาสองข้างก็เลื่อนไม่เท่ากัน และความต่างที่กวนใจที่สุดคือ ความต่างในแนวดิ่ง เพราะกล้ามเนื้อตาของเราเก่งเรื่องปรับซ้ายขวา แต่ทนความเหลื่อมขึ้นลงได้น้อยกว่ามาก


อุปมาที่ใกล้ตัวคือ การเดินขึ้นบันไดที่ขั้นสูงไม่เท่ากันทีละนิด ขึ้นได้ ไม่ล้ม แต่ขาต้องคอยคิดคำนวณทุกขั้น และขึ้นสิบขั้นกับขึ้นร้อยขั้นเหนื่อยไม่เท่ากัน


จุดที่กลไกนี้แรงที่สุดคือ บริเวณล่างและเยื้องออกด้านข้างของเลนส์ ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับที่ใช้อ่านหนังสือและมองมือถือพอดี นี่คือเหตุผลที่อาการมักมาในรูปของ “อ่านนานไม่ได้” ไม่ใช่ “มองไม่ชัด”


คนใส่รู้สึกอะไรจริง ๆ

อาการของกลุ่มนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องอื่น


  • ใส่ได้ ชัดดี แต่ไม่อยากใส่นาน ล้าเร็วกว่าที่ควร

  • ปวดหัวหรือปวดกระบอกตาหลังอ่านหนังสือหรือจ้องจอไปพักหนึ่ง

  • ตัวหนังสือบรรทัดล่าง ๆ ดูเหลื่อมหรือลอย เวลาเลื่อนสายตาลง

  • เวียนตอนเดินลงบันได หรือรู้สึกพื้นไม่เรียบเท่าที่เห็น

  • รู้สึกว่าตาข้างที่กำลังเยอะกว่า “ไม่ค่อยได้ใช้” โดยอธิบายไม่ถูก

  • ถ้าเลนส์ข้างหนึ่งหนากว่าอีกข้างชัดเจน ก็มีเรื่องน้ำหนักและความสวยเข้ามาด้วย


ประเด็นสำคัญคือ อาการเหล่านี้ไม่ได้บอกว่าค่าสายตาผิด ร้านอาจวัดถูกทุกตัวเลข แต่สิ่งที่ยังไม่ได้ถูกจัดการคือความไม่สมดุลระหว่างสองข้าง


และถ้าคุณมีอาการเห็นภาพซ้อนชัดเจน หรือเวียนรุนแรง นั่นเป็นเรื่องที่ควรให้คนที่ตรวจสายตาประเมินก่อน ไม่ใช่เรื่องที่แก้ด้วยการเลือกรุ่นเลนส์เพียงอย่างเดียว


ผู้ผลิตเลนส์แก้ปัญหานี้อย่างไร

ถ้าไล่ดูวิวัฒนาการของดีไซน์เลนส์โปรเกรสซีฟ จะเห็นการขยับสามขั้นที่ตรงกับปัญหานี้พอดี


ขั้นที่ 1 — คำนวณแยกข้าง เลนส์ซ้ายและขวาถูกออกแบบเป็นสองชิ้นอิสระ แต่ละชิ้นดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้สำหรับตาข้างนั้น โดยไม่มีใครถามว่าสองชิ้นนี้จะเข้ากันได้ไหม


ขั้นที่ 2 — คำนวณเป็นคู่ ดีไซน์เริ่มมองเลนส์สองข้างเป็นระบบเดียว Essilor ใช้ชื่อเทคโนโลยีว่า SynchronEyes ในกลุ่ม X series และ Binocular Booster ใน Varilux Physio W3+ แนวคิดคือให้เลนส์สองข้างถูกคิดพร้อมกันเพื่อให้ภาพที่สองตาได้รับสอดคล้องกันมากขึ้น


ขั้นที่ 3 — ปรับสมดุลและชดเชยปริซึมรอบนอก เป็นขั้นที่ตอบโจทย์คนค่าสายตาสองข้างต่างกันมากตรงที่สุด และเป็นจุดที่ Hoya วางตัวชัดเจน


Hoya ระบุว่า iD LifeStyle 4 มีเทคโนโลยีแกน 4 อย่าง ซึ่งสามอย่างเกี่ยวกับการทำงานสองตาโดยตรง


เทคโนโลยี

ผู้ผลิตระบุว่าทำอะไร

Binocular Eye Model

วิธีประเมินการทำงานของตาสองข้างที่จดสิทธิบัตรไว้ 5 วิธี

Binocular Harmonization Technology (BHT)

ชดเชยกรณีค่าสายตาสองข้างไม่เท่ากัน ด้วยการจัดสมดุลการกระจายกำลังใหม่

3D Binocular Vision

ชดเชยปริซึมในบริเวณรอบนอก เพื่อลดความไม่สมดุลแนวดิ่งตอนมองใกล้ด้านข้าง


อ่าน 3D Binocular Vision อีกครั้งเทียบกับกลไกข้อ 2 ข้างบน จะเห็นว่ามันพูดถึงปัญหาเดียวกันคำต่อคำ คือความเหลื่อมแนวดิ่งในบริเวณที่เราใช้มองใกล้


เรื่องที่คนมักไม่รู้: BHT ไม่ได้มีแต่ในรุ่นท็อป Hoya ระบุว่ากลุ่มระดับกลาง Array 2 / Array 2 Wrap ก็ใช้ BKS Technology ร่วมกับ BHT ด้วย แปลว่าการเข้าถึงการปรับสมดุลสองตาไม่ได้จำเป็นต้องขึ้นถึงรุ่นสูงสุด — และนี่คือคำถามที่ควรถามร้านโดยเฉพาะ ถ้างบไม่ถึงรุ่นท็อป


ต้องกำกับให้ชัดว่า รายละเอียดข้างต้นทั้งหมดเป็น คำอธิบายของผู้ผลิตเอง เรายังไม่พบงานวิจัยอิสระที่เทียบรุ่นโปรเกรสซีฟทางการค้าต่อรุ่นว่าใครจัดการเรื่องนี้ได้ดีกว่ากันเท่าไหร่


อีกสองอย่างที่ช่วยได้ และไม่เกี่ยวกับดีไซน์เลนส์

ค่า index กับความหนาที่ไม่เท่ากัน

ค่า index (ดัชนีหักเหของวัสดุเลนส์) สูงขึ้นแปลว่าวัสดุหักเหแสงได้มากกว่าในความหนาที่น้อยกว่า ที่กำลังเลนส์เท่ากัน เลนส์ index สูงจึงบางกว่า


ในคนที่สองข้างต่างกันมาก ข้างที่กำลังเยอะกว่าคือข้างที่หนากว่าและหนักกว่า ทำให้แว่นดูไม่สมดุลและกดจมูกไม่เท่ากัน การเลือก index ให้เหมาะจึงช่วยเรื่องความหนาและน้ำหนักได้จริง


แต่ต้องพูดให้ตรง — index ช่วยเรื่องความหนา ไม่ได้ลบความต่างทางออปติกระหว่างสองข้าง ขนาดภาพที่ไม่เท่ากันและปริซึมที่ไม่เท่ากันยังอยู่ ส่วนคำถามว่าควรใช้ index เดียวกันทั้งสองข้างหรือไม่ เป็นเรื่องที่ควรให้ร้านอธิบายผลที่ตามมาให้ฟัง ไม่ใช่กฎที่ใช้ได้เหมือนกันทุกคน


วัสดุดัชนีสูงที่หลายแบรนด์ใช้ร่วมกันมาจากผู้ผลิตวัตถุดิบรายเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ คือตระกูล MR ของ Mitsui Chemicals ซึ่งครอบคลุม 1.60, 1.67 และ 1.74


กรอบ และตำแหน่งที่ตาอยู่บนเลนส์

เนื่องจากปัญหาเกิดตอนเรามองห่างจากจุดศูนย์กลางเลนส์ อะไรที่ทำให้ตาอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางมากขึ้นก็ช่วยลดความเหลื่อมได้


นั่นแปลว่าสามเรื่องนี้มีน้ำหนักมากเป็นพิเศษในคนกลุ่มนี้


  1. PD แยกข้าง ต้องวัดแยกซ้ายขวา ไม่ใช่วัดรวมแล้วหารสอง เพราะจุดกึ่งกลางใบหน้าของคนไม่ได้อยู่กลางพอดีทุกคน

  2. ความสูงจุดมองที่วัดจากหน้าจริง ไม่ใช่ค่ามาตรฐาน

  3. ค่าตำแหน่งการสวมใส่ คือระยะหลังเลนส์ถึงตา มุมเอียงหน้าเลนส์ และมุมโค้งหน้ากรอบ — ZEISS ระบุว่าโปรเกรสซีฟในพอร์ตของตนต้องใช้ค่าเหล่านี้ตั้งแต่รุ่นล่างสุด


และมีข้อที่ต้องเตือนกันตรง ๆ คือ กรอบเล็กช่วยเรื่องนี้ แต่ไปสร้างปัญหาอีกเรื่อง กรอบที่เล็กลงทำให้พื้นที่ที่เรามองห่างจากจุดศูนย์กลางน้อยลง ซึ่งดีต่อความสมดุลสองตา แต่ถ้าคุณใส่โปรเกรสซีฟ กรอบที่เตี้ยลงบังคับให้ใช้ corridor ที่สั้นลง ซึ่งมีราคาของมันเอง เรื่องนี้อยู่ใน “corridor สั้นกับกรอบเล็ก” แบบเต็ม ๆ


ส่วนที่ต้องพูดตรง ๆ

ไม่มีตัวเลขกลางว่าต่างกันกี่ขั้นถึงเรียกว่ามาก เราเลือกไม่ใส่ตัวเลขนี้ เพราะหลักฐานที่เรามีในมือไม่รองรับการขีดเส้นเดียวให้ทุกคน และการขีดเส้นผิดอาจทำให้คนที่มีอาการจริงคิดว่าตัวเองไม่เข้าเกณฑ์


คำอธิบายเทคโนโลยีทั้งหมดในบทความนี้เป็นของผู้ผลิต ทั้ง BHT, 3D Binocular Vision, Binocular Eye Model, SynchronEyes และ Binocular Booster มาจากเอกสารของ Hoya และ Essilor เอง ยังไม่พบงานวิจัยอิสระที่ทดสอบเทียบกันตรง ๆ ในผู้สวมใส่จริง


ดีไซน์เลนส์ไม่ใช่คำตอบเดียว บางกรณีสิ่งที่ต้องทำคือปรับค่าที่จ่ายให้ต่างจากค่าที่วัดได้ บางกรณีต้องพิจารณาปริซึม บางกรณีทางเลือกที่สบายที่สุดอาจเป็นคอนแทคเลนส์ที่ข้างหนึ่งร่วมกับแว่น เพราะคอนแทคเลนส์นั่งบนตาจึงเปลี่ยนขนาดภาพน้อยกว่า ทั้งหมดนี้เป็นการตัดสินใจที่ต้องมาจากการประเมินรายคน ไม่ใช่จากบทความ


ชื่อรุ่นในแค็ตตาล็อกไทยอาจไม่ตรงกับตลาดสากล ชื่อที่ยกมาอ้างจากเอกสารของผู้ผลิตในตลาดต่างประเทศ ควรเช็กกับร้านว่ารุ่นที่ขายในไทยชื่อเดียวกันหรือไม่


เอาไปใช้ยังไง

เวลาไปร้าน ให้เล่าอาการด้วยคำที่เจาะจงกว่า “ใส่แล้วไม่สบาย” — บอกว่าไม่สบาย ตอนไหน และ ตอนมองไปทางไหน เพราะข้อมูลนั้นชี้ตรงไปที่บริเวณของเลนส์


แล้วลองถาม 6 ข้อนี้


  1. ค่าสายตาสองข้างของผมต่างกันมากพอที่จะมีผลต่อความสบายไหม

  2. เลนส์รุ่นที่เสนอมาคำนวณสองข้างแยกกันหรือคำนวณเป็นคู่

  3. มีดีไซน์ที่ระบุว่าจัดสมดุลกรณีค่าสองข้างไม่เท่ากันโดยเฉพาะให้เลือกไหม และอยู่ที่ระดับรุ่นไหน

  4. ร้านวัด PD แยกข้าง ความสูงจุดมอง และค่าตำแหน่งการสวมใส่จริงหรือใช้ค่ามาตรฐาน

  5. ความหนาสองข้างจะต่างกันมากไหม และถ้าเลือก index ต่างกันจะมีผลอะไรตามมา

  6. ถ้าใส่ไปแล้วยังไม่สบาย ร้านมีขั้นตอนอะไรต่อ และมีเงื่อนไขปรับแก้อย่างไร


ข้อ 6 สำคัญที่สุดสำหรับกลุ่มนี้ เพราะเคสค่าสองข้างต่างกันมากคือเคสที่ มีโอกาสต้องปรับซ้ำ สูงกว่าค่าเฉลี่ย รู้ตั้งแต่ก่อนจ่ายเงินว่าปรับได้แค่ไหน ดีกว่าไปรู้หลังจากนั้น


สรุปให้

  • anisometropia คือภาวะค่าสายตาสองข้างไม่เท่ากัน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ข้างหนึ่งแย่กว่า” แต่อยู่ที่สมองต้องรวมภาพสองภาพที่ขนาดไม่เท่าและเลื่อนไม่เท่ากัน

  • กลไกที่กวนที่สุดคือความเหลื่อมแนวดิ่งเวลาเรามองลงและเยื้องข้าง ซึ่งตรงกับตำแหน่งที่ใช้อ่านหนังสือ อาการจึงออกมาเป็นล้าและปวดหัว ไม่ใช่เบลอ

  • Hoya ระบุว่ามี Binocular Harmonization Technology สำหรับจัดสมดุลกรณีสองข้างไม่เท่ากัน และ 3D Binocular Vision สำหรับชดเชยปริซึมรอบนอก · Essilor ใช้การคำนวณเลนส์เป็นคู่ผ่าน SynchronEyes และ Binocular Booster — ทั้งหมดเป็นคำอธิบายของผู้ผลิต

  • BHT ปรากฏในกลุ่มระดับกลางของ Hoya อย่าง Array 2 ด้วย ไม่ได้มีแต่รุ่นสูงสุด

  • index ช่วยเรื่องความหนาและน้ำหนัก แต่ไม่ลบความต่างทางออปติก · การวัด PD แยกข้างและค่าตำแหน่งการสวมใส่สำคัญกว่าปกติสำหรับคนกลุ่มนี้


แหล่งอ้างอิง


อ่านต่อ

หน้าหลักที่เกี่ยวข้อง


บทความที่เกี่ยวข้อง

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
บทความที่ 223 : เปลี่ยนเลนส์ใหม่ทุกกี่ปี และเมื่อไหร่ควรอัปเกรดรุ่น ไม่ใช่แค่เปลี่ยนค่าสายตา

“ค่าสายตาเท่าเดิม” ไม่ได้แปลว่าเลนส์คู่เดิมยังทำงานเหมือนเดิม ชั้นเคลือบมีอายุที่ถูกกำหนดด้วยฟิสิกส์ของความร้อนและแรงเค้นในชั้นเคลือบ ไม่ใช่

 
 
 
บทความที่ 222 : อ่านใบวัดสายตาของตัวเอง: SPH, CYL, AXIS, ADD, PD และปริซึม

ใบวัดสายตาคือกระดาษที่บอก “ตาคุณต้องการกำลังแก้เท่าไหร่” ไม่ใช่ใบสั่งเลนส์ SPH บอกกำลังหลักและเครื่องหมายบวกลบบอกทิศทางของปัญหา CYL กับ AXIS

 
 
 
บทความที่ 220 : เลนส์ corridor สั้นกับกรอบเล็ก: ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเลือกกรอบ

เลนส์โปรเกรสซีฟทุกตัวมี corridor (ทางเดินสายตา คือแถบแคบ ๆ ที่ค่าสายตาค่อย ๆ เปลี่ยนจากไกลไปใกล้) และ corridor มี “ความยาว” เป็นมิลลิเมตร ZE

 
 
 

ความคิดเห็น


แว่นปุถุชน โปรเกรสซีฟ
โปรเกรสซีฟ @แว่นปุถุชน  เลนส์ แว่นตา สายตายาว  ควบคุม โดยนักทัศนมาตร และผู้เชี่ยวชาญด้านโปรเกรสซีฟ โดยตรง  ร้านแว่นตา ราคาดี
แว่นปุถุชน โปรเกรสซีฟ
​ร้านแว่นปุถุชน
เลขที่ 19 ซอยพหลโยธิน 21
ถนนพหลโยธิน แขวงจตุจักร
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 092 562 1664
​

PUTUCHON 19 Phaholyothin 21 Rd. Jatujak Bangkok 10900 Tel. 092 562 1664

by แว่นปุถุชน(Putuchon)--OpticsRepublic Proudly created with Wix.com

แว่นปุถุชน optics republic

ผู้ส่งออกเลนส์โปรเกรสซีฟ จำหน่ายตรงถึงผู้ใช้ มีทั้ง เลนส์แบรนด์ต่างประเทศ และเลนส์โปรเกรสซีฟ House Brand คุณภาพสูง คุ้มค่า คุ้มราคากว่า ทำงานโดยทีมงานคุณภาพที่เป็นผู้ชำนาญส่งออกและนำเข้าสินค้าทางวิทยาศาสตร์กว่า 30 ปี ควบคุมการตรวจวัดสายตาโดยนักทัศนมาตรผู้ได้รับใบอนุญาต การจ่ายเลนส์โปรเกรสซีฟโดยนักทัศนมาตร และทีมช่างคุณภาพเชี่ยวชาญเรื่องการเลือกและ Fitting โปรเกรสซีฟ (ใช้เวลา ประมาณ30–45 นาที) รับนัดเท่านั้น ไม่มี Walk in

 

Optics Republic ( putuchon.com) is an optical store that specializing in Progressive lens. We started our business from our experties of being in the business of importing and exporting of Scientific related products, including long shelf life foods, industrial chemicals, lens and contact lens, over 30 years ago.

We have high quality progressive lenses from the international brands as well as the export quality prigressive lens from our House Brand produced at local and as well as international factories. All of our eye exams are done under the supervision of the Optometrist, skilled opticians and refractionist specializing in dispensing Progressive lens.

 

แว่นปุถุชน(Putuchon) --OpticsRepublic 19 ซอยพหลโยธิน 21 แขวงจตจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

19 Phaholyothin21 Rd. Jatujak Bangkok 10900

​

BTS สถานีพหลโยธิน 24 ทางออก 3 เดิน 250 เมตร

อยู่ใกล้ เซนทรัลลาดพร้าว (Central Ladprao) ยูเนียน มอลล์ Union Mall เมเจอร์ รัชโยธิน ( Major Ratchayothin) ตึกช้าง (Elephant Tower) ตึกรสา1 (Rasa1 Tower)

สามารถจอดรถหน้าร้านได้

Tel 092-562-1664 Line: https://lin.ee/9yYnLRI| Messenger: m.me/opticrepublic | www.putuchon.com

เปิดวัดสายตา วันพฤหัสบดี–วันอาทิตย์ 9.00-19.00 น (นัดหมายล่วงหน้า เท่านั้น ไม่รับ Walk in)

4.9 ★ จากรีวิว Google จากลูกค้าผู้ใช้จริง กว่า 200 รายการ  รีวิว (Review)​​

bottom of page