ตรวจวัดสายตาโดยนักทัศนมาตร

Eye Examination
ตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด
ใช้เวลา 30–45 นาที ต่อหนึ่งท่าน
ควบคุมโดยนักทัศนมาตรผู้ได้รับใบอนุญาต · นัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น
ทำไมการวัดสายตาถึงสำคัญกว่าที่คิด
ค่าสายตาที่คลาดเคลื่อนเพียง 0.25 อาจไม่รู้สึกอะไรเลยกับเลนส์ชั้นเดียว
แต่กับเลนส์โปรเกรสซีฟ ความคลาดเคลื่อนระดับนี้ทำให้ตำแหน่งของโซนการมองเลื่อนไปจากที่ควรจะเป็น
และเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการเวียนหัวหลังตัดแว่นใหม่
เราจึงให้เวลากับการตรวจมากกว่าที่หลายคนคาดไว้ เพราะเป็นขั้นตอนที่กำหนดว่าแว่นคู่นั้นจะใช้ได้จริงหรือไม่
ใครเป็นคนดูแลคุณที่ร้าน
งานด้านสายตามีสามวิชาชีพที่คนมักใช้คำสลับกัน แต่เป็นคนละบทบาทและคนละใบอนุญาต
นักทัศนมาตร (Optometrist)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจวัดสายตาและระบบการมองเห็น จบหลักสูตรทัศนมาตรศาสตร์ และได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยทัศนมาตร ต้องต่ออายุใบอนุญาตเป็นระยะตามที่กำหนด
ช่างวัดสายตา (Refractionist)
ผู้ทำหน้าที่ตรวจวัดค่าสายตาด้วยเครื่องมือ ทำงานภายใต้การควบคุมของนักทัศนมาตร
ช่างแว่นตา (Optician)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝนเลนส์เข้ากรอบ การประกอบ และการดัดปรับทรงแว่น
ที่ร้านแว่นปุถุชน เราทำงานกันเป็นทีมทั้งสามส่วน
การตรวจวัดสายตาดำเนินการโดยช่างวัดสายตาที่มีประสบการณ์ ภายใต้การควบคุมของนักทัศนมาตรผู้ได้รับใบอนุญาต
และเมื่อพบเคสที่ซับซ้อน เราจะส่งต่อให้นักทัศนมาตรเป็นผู้ตรวจโดยตรง
เราเขียนเรื่องนี้ให้ชัด เพราะเราคิดว่าคุณควรรู้ว่าใครทำอะไร มากกว่าการใช้คำกว้าง ๆ ที่ฟังดูดีแต่ไม่บอกความจริง
เมื่อไรที่เราส่งต่อ และส่งต่อให้ใคร
การตรวจวัดสายตาไม่ได้จบเหมือนกันทุกคน บางเคสต้องการมากกว่าการวัดค่าสายตา
ส่งต่อให้นักทัศนมาตรของเรา
หากผลตรวจซับซ้อนกว่าปกติ เช่น ค่าสายตาสองข้างต่างกันมาก สายตาเอียงสูง การทำงานร่วมกันของตาสองข้างผิดปกติ หรือเคยตัดแว่นโปรเกรสซีฟมาแล้วใช้ไม่ได้
เราจะส่งต่อให้นักทัศนมาตรผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ตรวจและสรุปผลด้วยตัวเอง
ส่งต่อให้จักษุแพทย์
หากพบสิ่งที่บ่งชี้ว่าอาจมีปัญหาสุขภาพตา ซึ่งอยู่นอกขอบเขตของการวัดสายตา
เราจะแจ้งให้ทราบและแนะนำให้ไปพบจักษุแพทย์เพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม
เราไม่ได้เป็นคลินิกจักษุแพทย์ และไม่ได้วินิจฉัยหรือรักษาโรคตา
การรู้ว่าเมื่อไรควรส่งต่อ เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานที่รับผิดชอบ ไม่ใช่ข้อจำกัด
นักทัศนมาตรคือใคร
นักทัศนมาตร (Optometrist) หรือ หมอสายตา คือผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจวัดสายตาและสุขภาพตาเบื้องต้น หรือการฝึกกล้ามเนื้อตา โดยใช้แว่นตาเป็นอุปกรณ์หลักในการรักษา แตกต่างจากจักษุแพทย์ (Ophthalmologist) ซึ่งจะเน้นเรื่องการตรวจโรคและการรักษาโรคของดวงตา โดยรักษาด้วยวิธีการให้ยา ใช้แสงเลเซอร์ หรือการผ่าตัด
ร้านแว่นปุถุชนจะมีนักทัศนมาตรเป็นผู้ตรวจวัดสายตาของท่านเพื่อให้ได้ค่าสายตาที่ถูกต้องแม่นยำ การตรวจวัดสายตาของเราจะมีความละเอียด โดยในขั้นแรกจะมีการตรวจวัดด้วยเครื่องตรวจวัดคอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นนักทัศนมาตรจะให้ท่านตรวจด้วยเครื่องวัดสายตาที่มีการเปลี่ยนเลนส์ เพื่อหาค่าสายตาของเลนส์ ค่าความเอียงของสายตา ถัดไปนักทัศนมาตรก็จะตรวจดูระยะห่างของดวงตา จุดโฟกัสของดวงตา เพื่อให้ค่าสายตาและจุดตกกระทบของภาพที่มายังเลนส์ถูกต้องที่สุด ทั้งนี้เพื่อความสบายตาของท่านและถนอมดวงตาของท่านในระยะยาว
การตรวจวัดสายตาโดยนักทัศนมาตรที่ร้านแว่นปุถุชนจะใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ขึ้นอยู่กับค่าสายตาของแต่ละบุคคล อาการทางสายตา สายตาล้าจากคอมพิวเตอร์ หรือสำหรับเด็ก บุตรหลานของท่านในวัยเรียนที่มีปัญหาสายตาสั้นส่วนมากจะใช้เวลาในการตรวจวัดสายตาน้อยกว่าวัยทำงานหรือผู้สูงวัยที่มีปัญหาสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงในคราวเดียวกัน ซึ่งผู้อยู่ในกลุ่มนี้สามารถตรวจวัดสายตาจากนักทัศนมาตรเพื่อใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lens) เพื่อแก้ปัญหาผู้ที่มีสายตาสั้นและสายตายาวในคราวเดียวกัน

สิ่งที่เราตรวจ ไม่ใช่แค่ค่าสายตา
การตรวจวัดสายตาที่ร้าน ครอบคลุมมากกว่าการหาว่าคุณสายตาสั้นเท่าไร
-
ซักประวัติการใช้สายตา อาชีพ ชั่วโมงหน้าจอ การขับรถ และปัญหาจากแว่นคู่เดิม
-
ตรวจความสามารถในการมองเห็นของตาแต่ละข้าง ทั้งระยะไกลและระยะใกล้
-
วัดค่าสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง พร้อมองศาของสายตาเอียง
-
ตรวจการทำงานร่วมกันของตาสองข้าง และหาตาข้างที่เป็นตาหลัก
-
วัดระยะการใช้สายตาจริง ทั้งระยะอ่านหนังสือและระยะหน้าจอที่คุณใช้อยู่
-
วัดตำแหน่งจุดกึ่งกลางตาดำเทียบกับกรอบแว่นที่คุณเลือก
-
วัดความสูงของเลนส์ มุมเท และความโค้งของหน้าแว่น
-
อธิบายผลการตรวจให้ฟัง ก่อนสรุปว่าเลนส์แบบใดเหมาะกับคุณ
ทำไมต้องใช้เวลา 30–45 นาที
การวัดสายตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์อัตโนมัติใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที และให้ค่าเริ่มต้นที่มีประโยชน์
แต่ค่าที่ได้จากเครื่องเป็นเพียงจุดตั้งต้น ไม่ใช่ค่าที่ควรนำไปตัดแว่นทันที
เพราะดวงตาของคนเราปรับโฟกัสอัตโนมัติตลอดเวลา และเครื่องไม่สามารถบอกได้ว่าค่าไหนทำให้คุณมองสบายที่สุดในการใช้ชีวิตจริง
ขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุดคือการหาค่าที่พอดี ไม่ใช่ค่าที่ชัดที่สุด
ค่าที่ชัดที่สุดในห้องตรวจ บางครั้งกลับทำให้ปวดตาเมื่อใส่ทั้งวัน
ทำไมเราไม่รับ Walk-in
เราเปิดตรวจวัดสายตาเฉพาะวันที่นัดหมายไว้ล่วงหน้าเท่านั้น
เหตุผลตรงไปตรงมา คือเราจองเวลาไว้ให้แต่ละท่านเต็ม 30–45 นาที
ถ้ารับ Walk-in ระหว่างวัน เวลาที่จองไว้ให้ลูกค้าท่านอื่นจะถูกเบียด และการตรวจจะต้องเร่ง
เรารู้ว่าการต้องนัดล่วงหน้าไม่สะดวกเท่าการเดินเข้ามาเลย
แต่เราเลือกวิธีนี้เพราะการตรวจที่เร่งรีบ คือสาเหตุของแว่นที่ใส่ไม่ได้
ค่าบริการตรวจวัดสายตา
-
ตรวจวัดสายตาโดยนักทัศนมาตร ฟรี เมื่อสนใจสั่งตัดแว่นกับทางร้าน
-
กรณีต้องการตรวจวัดสายตาอย่างเดียว ค่าบริการ 500-800 บาท
-
ค่าบริการนี้สามารถนำมาใช้เป็นส่วนลดได้ หากกลับมาสั่งตัดแว่นภายใน 1 เดือน
เราคิดค่าบริการในกรณีที่ไม่ได้สั่งตัด เพราะการตรวจใช้เวลาและใช้บุคลากรที่มีใบอนุญาต
แต่เราไม่ต้องการให้ค่าบริการเป็นอุปสรรค จึงให้นำมาหักเป็นส่วนลดได้ในภายหลัง
ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนมาตรวจ
-
พักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนวันนัด ดวงตาที่ล้าจะให้ค่าที่คลาดเคลื่อน
-
นำแว่นคู่เดิมที่ใช้อยู่มาด้วย แม้จะเป็นคู่ที่ใส่ไม่ได้แล้วก็ตาม เพราะบอกเราได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
-
หากใส่คอนแทคเลนส์ ควรถอดก่อนมาอย่างน้อยตามระยะที่แพทย์แนะนำสำหรับเลนส์ชนิดนั้น
-
เตรียมข้อมูลว่าคุณใช้สายตาอย่างไรในแต่ละวัน ทำงานหน้าจอกี่ชั่วโมง ขับรถหรือไม่ อ่านหนังสือมากแค่ไหน
-
หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาประจำ แจ้งให้ทราบ เพราะยาบางกลุ่มมีผลต่อค่าสายตาและภาวะตาแห้ง
-
เผื่อเวลาไว้อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง รวมเวลาเลือกกรอบและวัดตำแหน่งเลนส์
ขั้นตอนตั้งแต่นัดหมายจนรับแว่น
1. นัดหมายล่วงหน้า
ทาง LINE โทรศัพท์ หรือ Messenger ระบุวันและเวลาที่สะดวก ตรวจวัดสายตาเปิดวันพฤหัสบดี - วันอาทิตย์
2. ตรวจวัดสายตา 30–45 นาที
โดยนักทัศนมาตรผู้ได้รับใบอนุญาต เริ่มจากซักประวัติ ตรวจด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อหาค่าตั้งต้น แล้วจึงตรวจละเอียดด้วยเครื่องวัดสายตาที่เปลี่ยนเลนส์ได้
3. เลือกกรอบและเลนส์
อธิบายผลตรวจ แนะนำระดับเลนส์ที่เหมาะสม และเลือกกรอบที่รองรับเลนส์ระดับนั้นได้
4. วัดตำแหน่งเลนส์กับกรอบจริง
วัดจุดกึ่งกลางตาดำ ความสูงเลนส์ และมุมเทของหน้าแว่น กับกรอบที่คุณจะใส่จริง ไม่ใช่กรอบทดลอง
5. รับแว่นและฝึกใช้งาน
ประมาณ 7–14 วัน เมื่อมารับ เราจะดัดปรับให้พอดีใบหน้า ทดสอบการมองเห็น และสอนวิธีใช้ก่อนส่งมอบ

5 ความเข้าใจผิดเรื่องการตรวจวัดสายตา
1. วัดด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างเดียวก็พอแล้ว
เครื่องให้ค่าตั้งต้นที่ดี แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าค่าไหนทำให้คุณมองสบายที่สุดในชีวิตจริง จึงต้องมีการตรวจต่อด้วยเครื่องวัดสายตาที่เปลี่ยนเลนส์ได้ และต้องถามความรู้สึกของผู้ตรวจประกอบ
2. ค่าสายตาเดิมใช้ตัดแว่นใหม่ได้เลย
ค่าสายตาเปลี่ยนได้ตามอายุ สุขภาพ และยาที่ใช้ และค่าจากแว่นเดิมอาจเป็นค่าที่คลาดเคลื่อนมาตั้งแต่ต้น
3. ชัดที่สุดคือดีที่สุด
ค่าที่ชัดที่สุดในห้องตรวจ บางครั้งทำให้ปวดตาเมื่อใส่ทั้งวัน เพราะเป็นค่าสายตาที่มากเกินไป ความคมชัดมาจากการที่ต่าของเราต้องเพ่งเพิ่ม เวลาเอาไปใส่จริงๆเราก็จะใส่ได้ไม่สบายตา ต้องเพ่งตลอดเวลาและปวดตาได้ สิ่งที่เราหาคือค่าที่พอดี ไม่ใช่ค่าที่ชัดที่สุด
4. องศาของสายตาเอียงไม่สำคัญเท่าค่าสายตา
องศาที่คลาดเคลื่อนไปเพียงไม่กี่องศา ทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือภาพซ้อนได้ ทั้งที่ค่าสายตาสั้นยาวถูกต้องแล้ว
5. ตัดแว่นโปรเกรสซีฟแล้วใส่ไม่ได้ แปลว่าเลนส์ไม่ดี
ไม่เสมอไป ปัญหาส่วนใหญ่มาจากสามอย่าง คือ ค่าที่วัดคลาดเคลื่อน ตำแหน่งเลนส์บนกรอบไม่ตรง หรือใช้งานไม่ถูกวิธี
เราจึงให้เวลากับทั้งการวัด การวัดตำแหน่งกับกรอบจริง และการสอนวิธีใช้ก่อนส่งมอบ
สิ่งที่เราทำได้ และสิ่งที่เราไม่ได้ทำ
เราอยากให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ว่าบริการของเราครอบคลุมแค่ไหน
สิ่งที่เราทำ
-
ตรวจวัดค่าสายตาอย่างละเอียด โดยทีมงานภายใต้การควบคุมของนักทัศนมาตรผู้ได้รับใบอนุญาต
-
ส่งต่อให้นักทัศนมาตรตรวจโดยตรง เมื่อพบเคสที่ซับซ้อน
-
วัดตำแหน่งเลนส์กับกรอบจริงที่คุณจะใส่
-
แนะนำเลนส์และกรอบที่เหมาะกับค่าสายตาและการใช้งานของคุณ
-
ประกอบ ดัดปรับ และสอนวิธีใช้งานก่อนส่งมอบ
-
ดูแลและปรับให้หลังการขาย
สิ่งที่เราไม่ได้ทำ
-
เราไม่ใช่คลินิกจักษุแพทย์ จึงไม่ได้วินิจฉัยหรือรักษาโรคตา
-
หากพบสิ่งผิดปกติที่ควรได้รับการวินิจฉัยเพิ่มเติม เราจะแจ้งและแนะนำให้พบจักษุแพทย์
การบอกขอบเขตให้ชัด เป็นประโยชน์กับคุณมากกว่าการอ้างว่าทำได้ทุกอย่าง
เมื่อไรควรมาตรวจวัดสายตา
-
มองไกลไม่ชัด ต้องหรี่ตาเวลาดูป้ายหรือขับรถ
-
อ่านหนังสือหรือดูโทรศัพท์แล้วต้องยืดแขนออกไปไกลขึ้น
-
ปวดหัวหรือตาล้าหลังทำงานหน้าจอ
-
เห็นภาพซ้อน หรือเห็นแสงแตกกระจายตอนกลางคืน
-
แว่นคู่เดิมเริ่มใส่แล้วไม่สบายตาเหมือนเดิม
-
ไม่มีอาการใด ๆ แต่ไม่ได้ตรวจมาเกินหนึ่งปี
คำถามที่พบบ่อย
ใครเป็นคนตรวจวัดสายตา
ทีมช่างวัดสายตาที่มีประสบการณ์เป็นผู้ตรวจ ภายใต้การควบคุมของนักทัศนมาตรผู้ได้รับใบอนุญาต และหากพบเคสที่ซับซ้อน จะส่งต่อให้นักทัศนมาตรเป็นผู้ตรวจโดยตรง
ต้องนัดล่วงหน้ากี่วัน
ไม่จำกัดว่าต้องนัดล่วงหน้ากี่วัน เพียงนัดล่วงหน้าผ่านช่องทางการติดต่อของเราเพื่อนัดวันเวลาของคุณ แต่การนัด
ล่วงหน้าจะทำให้คุณสามารถเตรียมพร้อมได้ เนื่องจากร้านเรามีลูกค้าค่อนข้างเต็มเกือบตลอด
ตรวจวัดสายตาใช้เวลานานเท่าไร
ประมาณ 30–45 นาทีสำหรับการตรวจ และควรเผื่อเวลารวมประมาณหนึ่งชั่วโมง หากต้องเลือกกรอบและวัดตำแหน่งเลนส์ด้วย
ตรวจฟรีจริงหรือไม่ มีเงื่อนไขอะไร
เมื่อสนใจสั่งตัดแว่นกับทางร้านสามารถนัดวัดสายตาได้ฟรีเลย เพราะเราเข้าใจว่าการตัดสินใจจะทำได้เมื่อรู้ค่าสายตาที่ชัดเจนเพราะฉะนั้นหากรับราคาของเราได้เรายินดีตรวจวัดสายตาให้ฟรี แต่ในกรณีตรวจอย่างเดียวเพื่อนำค่าสายตาไปใช้ ส่งที่ทำงานหรือบริษัทประกันสุขภาพ มีค่าบริการ 500-800 บาท ซึ่งนำมาใช้เป็นส่วนลดได้หากกลับมาสั่งตัดภายใน 1 เดือน
ตรวจสุขภาพตาหรือโรคตาได้หรือไม่
เราตรวจในขอบเขตของการวัดสายตา ไม่ได้วินิจฉัยหรือรักษาโรคตา หากพบสิ่งผิดปกติ เราจะแจ้งและแนะนำให้พบจักษุแพทย์
นำใบสั่งแว่นจากที่อื่นมาตัดได้หรือไม่
ได้ สามารถนำใบสั่งตัดจากที่อื่นมาตัดกับทางเราได้
ผ่าตัดต้อกระจกหรือทำเลสิกมาแล้ว ตรวจได้หรือไม่
ได้ และควรแจ้งให้ทราบก่อนตรวจ เพราะมีผลต่อการเลือกเลนส์ โดยเฉพาะผู้ที่ใส่เลนส์เทียม (IOL)
นัดหมายตรวจวัดสายตา
นัดหมายตรวจวัดสายตา
ร้านแว่นปุถุชน (Putuchon) — Optics Republic
19 ซอยพหลโยธิน 21 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
BTS พหลโยธิน 24 ทางออก 3 เดิน 250 เมตร
ใกล้เซ็นทรัล ลาดพร้าว · ยูเนี่ยนมอลล์ · เมเจอร์ รัชโยธิน · ตึกช้าง · ตึกรสา
โทร. 092 562 1664 · LINE@putuchon l Messenger m.me/opticrepublic
เวลาทำการ: วันพฤหัสบดี - วันอาทิตย์ 9.00 - 19.00 น.
4.9 ★ จากรีวิว Google กว่า 200 รายการ
5 ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับ "สายตา" และการ "ใส่แว่น"
1. สายตาเอียง เป็นเพราะนอนอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์มากเกินไป
สายตาเอียงเป็นความผิดปกติของสายตาที่เกิดจากความโค้งของกระจกตาในแต่ละแนวไม่เท่ากัน เป็นความผิดปกติทางกายภาพ แต่การนอนอ่านหนังสือหรือการดูโทรทัศน์ในที่มืดบ่อย ๆ ถึงแม้อาจก่อให้เกิดความเมื่อยล้าของดวงตาเนื่องจากมีการเพ่งสายตาในระยะเวลานาน แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สายตาเอียง
2. สายตาเอียงไม่ได้เป็นกันง่าย ๆ
ถือเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะจากสถิติพบว่ากว่า 50% ของผู้มีปัญหาสายตา มักมีค่าสายตาเอียงรวมอยู่ด้วย สายตาเอียงเป็นอาการทางสายตาชนิดหนึ่งที่แตกต่างจากสายตาสั้นหรือสายตายาว ผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตายาวจะมองเห็นตัวเลขตัวอักษรชัดเท่า ๆ กันทุกตัว หรือมัวเท่า ๆ กันทุกตัว แต่สำหรับผู้ที่มีสายตาเอียง จะมองเห็นตัวเลขหรือตัวอักษรนั้นชัดบางตัวหรือตัวไม่ชัดบางตัว
3. สายตายาวตามวัย สามารถป้องกันได้
การเกิดปัญหาสายตายาวตามวัยเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงของดวงตาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เนื่องจากเลนส์แก้วตามีความยืดหยุ่นน้อยลง ดังนั้นสายตายาวตามวัยจึงไม่ใช่โรค ในปัจจุบันยังไม่สามารถป้องกันได้ โดยจะเกิดขึ้นกับทุกคน ไม่ว่าจะมีค่าสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาปกติมาก่อนอายุ 40 ปีก็ตาม แม้แต่คนที่ทานอาหารบำรุงสายตาเป็นประจำ ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้ คนในวัย 40 ปีขึ้นไปส่วนมากจะเริ่มมีปัญหาในการเห็นทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งต้องอาศัยเลนส์สายตาแบบเลนส์โปรเกรสซีฟช่วยในการมองเห็น
4. สายตาสั้นแต่ไม่ใส่แว่น จะทำให้สายตาจะสั้นขึ้นอีก
การใส่แว่นหรือไม่ใส่แว่น ไม่ได้มีผลทำให้สายตาสั้นมากขึ้น เพราะปกติแล้วสายตาจะมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งอายุราวๆ 25 ปี สายตาจึงจะเริ่มคงที่หรือเพิ่มขึ้นไม่มาก ส่วนการที่ใส่แว่นสายตาสั้นที่เกินกว่าค่าสายตาจริงเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้สายตาสั้นมากขึ้นได้ โดยมักเกิดในเด็กและเกิดเพียงชั่วคราวเท่านั้น
5. ใส่ ๆ ถอด ๆ แว่น จะทำให้สายตาสั้นขึ้น
ภาวะสายตาสั้น ยาว เอียงนั้น ขึ้นกับความสมดุลของลูกตาระหว่างความโค้งกระจกตา เลนส์แก้วตา และความยาวของลูกตา ดังนั้นการใส่แว่นตาก็เพื่อให้แสงที่ตกไม่ตรงจุดรับภาพเลื่อนไปตกที่จุดรับภาพ และเพื่อให้ภาพคมชัดขึ้นนั่นเอง ดังนั้นการใส่ ๆ ถอด ๆ แว่นจึงไม่ได้ทำให้สายตาสั้นขึ้น
.png)


