บทความที่ 205 : ไทม์ไลน์เทคโนโลยีเลนส์ 2566–2569: อะไรใหม่จริง อะไรแค่เปลี่ยนชื่อ
สรุปสั้น: 4 ปีที่ผ่านมา เลนส์แว่นตาเปลี่ยนเร็วกว่าช่วงไหน ๆ ในรอบทศวรรษ เส้นแบ่งใหญ่ของเลนส์พรีเมียมยุคนี้คือ “วัดตาจริงแล้วสร้างแบบจำลอง” (Rodenstock) กับ “ทำนายพฤติกรรมด้วย AI” (Essilor, ZEISS) ส่วนเทรนด์ที่กำลังมาคือการเอา AI ลงไปในเลนส์ระดับเริ่มต้น การวัดใบหน้าแบบ 3 มิติ และเลนส์เปลี่ยนสีรุ่นใหม่ ขณะที่แว่นปรับโฟกัสอัตโนมัติยังเป็นแค่ต้นแบบ
ถ้าคุณตัดแว่นครั้งล่าสุดเมื่อปี 2565 แล้วกลับมาตัดใหม่วันนี้ ของบนโต๊ะร้านอาจดูเหมือนเดิม
แต่ข้างในเปลี่ยนไปเยอะ
คำว่า “AI” “ฝาแฝดดิจิทัล” “แบบจำลองตา” “ความไวต่อการมองเห็น” ที่ฟังเหมือนหลุดมาจากงานเปิดตัวสมาร์ตโฟน กลายเป็นคำที่อยู่ในโบรชัวร์เลนส์แว่นแล้ว
ปัญหาคือ ไม่ใช่ทุกคำใหม่จะหมายถึงเทคโนโลยีใหม่ บางอย่างเป็นการเปลี่ยนแปลงจริง บางอย่างเป็นของเดิมที่เปลี่ยนชื่อ และบางอย่างยังเป็นแค่ข่าวที่ยังไม่มีขาย
บทความนี้จะไล่ทีละปี แล้วแยกให้ดูว่าอะไรเป็นอะไร
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ
เลนส์โปรเกรสซีฟคู่หนึ่งราคาหลักหมื่น ใช้สองถึงสามปี ถ้ารู้ว่าเทคโนโลยีไหนเป็นของใหม่จริงและแก้ปัญหาอะไร คุณจะรู้ว่าควรอัปเกรดหรือไม่ และควรจ่ายเพิ่มเพื่ออะไร
บทความนี้จะอัปเดตทุกปีที่ URL เดิม เก็บไว้เป็นหน้าอ้างอิงได้
ภาพรวม: 4 ปี 4 เทรนด์
ก่อนลงรายละเอียด นี่คือ 4 เรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้น
AI เข้ามาในขั้นออกแบบเลนส์ — ไม่ใช่ AI ที่อยู่ในแว่น แต่เป็น AI ที่ช่วยคำนวณว่าเลนส์ควรมีรูปทรงแบบไหน
เลนส์เฉพาะบุคคลลงลึกขึ้น — จากแค่ค่าสายตาและขนาดกรอบ ไปสู่รูปร่างลูกตา ขนาดรูม่านตา และแม้แต่ความไวต่อภาพเบลอ
การวัดที่ร้านกลายเป็นดิจิทัลและ 3 มิติ — กล้องหลายตัว AI หาจุดบนใบหน้า และแอปบนแท็บเล็ต
เลนส์เปลี่ยนสีและเลนส์เด็กก้าวกระโดด — Transitions รุ่นที่ 9 และเลนส์ชะลอสายตาสั้นที่ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ เป็นครั้งแรก
ปี 2566 — ปีที่ “พฤติกรรม” กลายเป็นข้อมูลออกแบบ
Essilor Varilux XR series (ก.พ. 2566)
Essilor วางตำแหน่ง XR series ว่าเป็นเลนส์โปรเกรสซีฟตัวแรกที่ขับเคลื่อนด้วย AI เชิงพฤติกรรม
เทคโนโลยี XR-motion สร้างสิ่งที่ผู้ผลิตเรียกว่า “ฝาแฝดดิจิทัล” ของผู้สวมใส่ในสภาพแวดล้อม 3 มิติ แล้วใช้โมเดลทำนายการกวาดสายตาและการเพ่ง เพื่อลดความต่างของภาพระหว่างสองตาในทุกทิศทางการมอง
แบ่งเป็น 2 แบบ: XR design และ XR track (รุ่นหลังปรับตามพฤติกรรมการมองใกล้ของแต่ละคน จึงต้องวัดค่าเพิ่มจากผู้สวมใส่ที่ร้าน)
XR series ได้รางวัล SILMO d’Or ปี 2566
ผู้ผลิตระบุว่า ปริมาตรการมองเห็นกว้างขึ้น 49% เทียบกับ X series รุ่นก่อน — เป็นตัวเลขจากการทดสอบของผู้ผลิตเอง
ZEISS SmartLife 2.0 / SmartView 2.0
ZEISS อัปเกรดพอร์ต SmartLife ทั้งตระกูล พร้อมเทคโนโลยี SmartView 2.0 ที่มีจุดเด่นทางวิทยาศาสตร์ชัด ๆ หนึ่งเรื่อง
งานวิจัยของ ZEISS ร่วมกับมหาวิทยาลัย Tübingen พบว่า จุดหมุนของตาเวลากลอกซ้าย–ขวากับขึ้น–ลงอยู่ห่างกันราว 2.8 มม. ไม่ใช่จุดเดียวอย่างที่ตำราเดิมสมมติ SmartView 2.0 จำลองทั้งสองจุด
ปีเดียวกันยังเปิดตัว SmartLife Individual 3 (รุ่นเฉพาะบุคคลสูงสุด) และ SmartLife Young สำหรับคนอายุน้อย
Rodenstock B.I.G. NORM
Rodenstock นำแนวคิด “แบบจำลองตาเฉพาะบุคคล” ลงมาในระดับเริ่มต้น โดย ไม่ต้องสแกนตา แต่ใช้ AI ที่ผู้ผลิตระบุว่าเรียนรู้จากตาที่วัดจริงราว 500,000 ดวง ประมาณรูปร่างตาจากค่าสายตา (รายละเอียดใน “Rodenstock กับแบบจำลองตาเฉพาะบุคคล”)
ใหม่จริงไหม: ใหม่จริงทั้งสามรายการ ในแง่ที่เปลี่ยน “ข้อมูลที่ใช้ออกแบบ” ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อ แต่ประสิทธิภาพเทียบข้ามแบรนด์ยังไม่มีงานวิจัยอิสระ
ปี 2567 — ปีของประสบการณ์ส่วนตัวและเลนส์เปลี่ยนสีรุ่นใหม่
Transitions GEN S (เม.ย. 2567)
รุ่นที่ 9 ของ Transitions ผู้ผลิตระบุว่าเข้มเต็มที่ในราว 25 วินาทีกลางแดดจัด และจางกลับใสในไม่ถึง 2 นาที มี 8 สี
สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยน: GEN S ยังทำงานด้วย UV จึงแทบไม่เข้มหลังกระจกรถ (ต่างจากตระกูล XTRActive ที่ตอบสนองแสงที่มองเห็นด้วย) เราจะเขียนเรื่องเลนส์เปลี่ยนสีกับอากาศไทยแยกเป็นบทความเต็ม
Hoya iD MyStyle 3 และ iD WorkStyle 3 (ประกาศ 19 ก.ย. 2567)
จุดใหม่คือ AdaptEase Technology ที่นำ ประวัติการใส่แว่นเดิม และความชอบส่วนตัวมาคำนวณดีไซน์
แนวคิดนี้น่าสนใจ เพราะเป็นครั้งแรก ๆ ที่เลนส์ถามว่า “เคยใส่อะไรมาก่อน” ไม่ใช่แค่ “ตาเป็นอย่างไร”
ปีเดียวกัน Hoya ยังออก iD LifeStyle 4 รุ่นพรีเมียมตามไลฟ์สไตล์
ใหม่จริงไหม: GEN S เป็นการพัฒนาที่วัดผลได้ AdaptEase เป็นแนวคิดใหม่จริง แต่ข้อมูลประสิทธิภาพ (เช่น “ปรับตัวเร็วขึ้น 56%”) เป็นของผู้ผลิต
ปี 2568 — ปีที่เลนส์เริ่มสนใจ “สมอง” และ “แสง”
Rodenstock B.I.G. EXACT Sensitive (ประกาศ ก.พ. / เปิดตัว มี.ค. 2568)
แนวคิดใหม่คือ คนแต่ละคนไวต่อภาพเบลอไม่เท่ากัน Rodenstock วัดค่าที่เรียกว่า Visual Sensitivity Index แล้วใช้กลยุทธ์ต่างกัน คนไวสูงได้โซนใสกว้างที่สุด คนไวต่ำได้ความคลาดเคลื่อนที่กระจายบาง ๆ
ได้รางวัล SILMO d’Or 2568
ZEISS SmartLife Evol (ประกาศ เม.ย. 2568)
เพิ่ม HV Core Technology ที่หาจุดหมุนตาได้แม่นขึ้น ผู้ผลิตระบุว่าลานภาพกว้างขึ้นถึง 50% ที่ระยะใช้สมาร์ทโฟน เทียบ SmartLife เดิม
การวางจำหน่ายต่างกันตามภูมิภาค ต้องเช็กสถานะในไทย
Essilor Varilux Physio extensee (ก.ค. 2568)
เทคโนโลยี Pupilizer ปรับดีไซน์ตามขนาดรูม่านตาที่ทำนายไว้ในแต่ละระดับแสง
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ? รูม่านตาเหมือนรูรับแสงของกล้อง ตอนแดดจ้ารูเล็ก ภาพชัดลึก ตอนแสงน้อยรูกว้าง ความคลาดเคลื่อนของเลนส์จะเห็นชัดขึ้น การออกแบบที่คำนึงถึงเรื่องนี้จึงเกี่ยวกับการมองในที่แสงน้อยโดยตรง
เลนส์ชะลอสายตาสั้น: Stellest ผ่าน FDA (ก.ย. 2568)
Essilor Stellest ได้รับอนุมัติจาก FDA สหรัฐฯ ผ่านเส้นทาง De Novo เป็น เลนส์แว่นชนิดแรกที่ FDA รับรองสำหรับชะลอสายตาสั้นในเด็ก (รายละเอียดและข้อควรระวังอยู่ในบทความ “เลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก”)
ใหม่จริงไหม: ทั้งสี่รายการเป็นการเปลี่ยนแปลงจริง โดยเฉพาะการที่เลนส์เริ่มใช้ข้อมูล “แสง” และ “การรับรู้” ไม่ใช่แค่เรขาคณิต
ปี 2569 — AI ลงมาถึงรุ่นเริ่มต้น
Essilor Varilux SHIFT (15 ก.ค. 2569)
นี่อาจเป็นสัญญาณที่สำคัญที่สุดของปี: เลนส์ AI ระดับเริ่มต้น สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มสายตายาวตามวัย (40+)
เทคโนโลยี iComfort ย้ายตำแหน่งโซนมองใกล้ตามมุมก้มสายตาที่ AI ทำนายจากค่าสายตาและค่า ADD ผู้ผลิตระบุว่าดีไซน์นุ่มขึ้น 34% (อาการโคลงน้อยลง) และโซนไกลใหญ่ขึ้น 18%
ความหมายคือ เทคโนโลยีที่เคยอยู่แต่ในรุ่นท็อป กำลังไหลลงมาสู่รุ่นราคาเข้าถึงง่าย เหมือนระบบเบรก ABS ที่เคยมีแต่ในรถหรู
Shamir Sun Intelligence (16 มิ.ย. 2569)
ดีไซน์สำหรับกลางแจ้งและกรอบโค้ง พร้อมวิธีวัดตำแหน่งรูม่านตาด้วย AI ที่ทำงานได้แม้มองผ่านเลนส์ย้อมสี ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากมาตลอดเวลาตัดแว่นกันแดดมีค่าสายตา
เลนส์เด็กรุ่นใหม่
MiYOSMART iQ (Hoya) และ ZEISS MyoActive มีข้อมูลทางคลินิกนำเสนอในปี 2569 แต่ ยังไม่วางจำหน่ายทั่วโลก (ดู “เลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก”)
นอกจากดีไซน์เลนส์: เรื่องข้างเคียงที่เปลี่ยนไปในช่วงเดียวกัน
ดีไซน์เลนส์ไม่ใช่เรื่องเดียวที่ขยับ ช่วง 4 ปีนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงรอบ ๆ ที่มีผลกับแว่นของคุณ
ชั้นเคลือบ
ZEISS DuraVision Gold UV (2568) กลายเป็นชั้นเคลือบเรือธงของ ZEISS สังเกตได้จากประกายสีทอง
สิ่งที่ควรรู้คือ สีประกายบนเลนส์ (เขียว ฟ้า ทอง) เป็นผลพลอยได้จากการจัดชั้นเคลือบ ไม่ใช่ตัวบอกคุณภาพ เลนส์ประกายทองไม่ได้ดีกว่าประกายเขียวเพราะสีของมัน
วัสดุเลนส์
ก.ย. 2567 Mitsui Chemicals ผู้ผลิตวัสดุ index สูงตระกูล MR ที่หลายแบรนด์ใช้ ประกาศเทคโนโลยีรีไซเคิลเศษเลนส์กลับเป็นวัสดุใหม่ ภายใต้ชื่อ RePLAYER (ยังอยู่ในขั้นเริ่มนำไปใช้)
ม.ค. 2568 Mitsui ประกาศขยายกำลังผลิตวัสดุ index สูง สะท้อนว่าความต้องการเลนส์บางยังโตต่อเนื่อง (รายละเอียดใน “วัสดุเลนส์ index และ Abbe number”)
แว่นที่ทำมากกว่าการมองเห็น
ก.พ. 2568 — Nuance Audio ของ EssilorLuxottica ได้รับอนุมัติจาก FDA สหรัฐฯ เป็นเครื่องช่วยฟังแบบซื้อได้เองที่ซ่อนอยู่ในกรอบแว่น
ก.ย. 2568 — Meta Ray-Ban Display แว่นอัจฉริยะที่มีจอในเลนส์ รองรับค่าสายตา −4.00 ถึง +4.00 และขายผ่านหน้าร้านเท่านั้นเพราะต้องฟิต
มี.ค. 2569 — Meta เปิดตัวแว่นรุ่นที่ออกแบบเพื่อคนมีค่าสายตาโดยเฉพาะ วางขายผ่านร้านแว่น
เทรนด์ที่ซ่อนอยู่คือ ร้านแว่นกำลังกลายเป็นช่องทางขายอุปกรณ์เทคโนโลยี เพราะของเหล่านี้ต้องวัดและฟิตเหมือนแว่นทั่วไป (รายละเอียดใน “เลนส์ปรับโฟกัสได้เองกับแว่น AR”)
ตารางสรุปไทม์ไลน์
ปี | ดีไซน์เลนส์ | การวัด | เลนส์เปลี่ยนสี / อื่น ๆ |
2566 | Varilux XR series · ZEISS SmartLife 2.0 / Individual 3 · Rodenstock B.I.G. NORM | — | — |
2567 | Hoya iD MyStyle 3 / WorkStyle 3 / LifeStyle 4 | — | Transitions GEN S |
2568 | Rodenstock B.I.G. EXACT Sensitive · ZEISS SmartLife Evol · Varilux Physio extensee | — | Stellest ผ่าน FDA · Meta Ray-Ban Display |
2569 | Varilux SHIFT · Shamir Sun Intelligence | วัดรูม่านตาผ่านเลนส์ย้อมสีได้ | IXI แว่นออโต้โฟกัส (ต้นแบบ) · MiYOSMART iQ / MyoActive (ข้อมูลคลินิก) |
ช่วง 2566–2569 เราไม่พบการเปิดตัวดีไซน์ใหม่ของ Nikon และ Seiko ในสื่อวงการต่างประเทศ ถือเป็นช่องว่างข้อมูล ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เส้นแบ่งจริงของเลนส์พรีเมียมยุคนี้
ถ้าต้องสรุปวงการเลนส์ 4 ปีนี้ในประโยคเดียว คือ เลนส์รุ่นท็อปแยกเป็นสองแนวคิด
วัดตาจริงแล้วสร้างแบบจำลอง | ทำนายพฤติกรรมด้วย AI | |
ตัวแทน | Rodenstock (B.I.G. EXACT) | Essilor (Varilux XR), ZEISS (SmartLife) |
ถามว่า | ตาคุณหน้าตาเป็นอย่างไร | คุณใช้ตาอย่างไร |
ข้อมูลมาจาก | การสแกนตาของคุณเอง | ข้อมูลผู้สวมใส่จำนวนมาก + ค่าที่วัดจากคุณ |
ที่เหมือนกันของทั้งสองแนวคือ ทั้งคู่ต้องได้ค่าที่วัดจากตัวคุณจริง — PD แยกข้าง ความสูงจุดมอง ระยะหลังเลนส์ถึงตา มุมเอียงของกรอบ ความโค้งหน้ากรอบ ถ้าไม่ได้วัด โรงงานจะเติมค่ามาตรฐานลงไปแทน แล้วดีไซน์เฉพาะบุคคลก็ถูกคำนวณจากใบหน้าสมมติ
ทั้งสองแนวไม่ได้ขัดกัน และน่าจะค่อย ๆ ผสมกันในอนาคต ตัวอย่างคือ B.I.G. NORM ที่ใช้ AI ประมาณแบบจำลองตา
ของที่ยังเป็นแค่ “ประกาศ” และของที่ยังไม่เข้าไทย
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับคนที่อ่านข่าวแล้วตื่นเต้น
แว่นปรับโฟกัสอัตโนมัติ (IXI) — มีต้นแบบใช้งานได้ที่ CES ม.ค. 2569 แต่ ยังไม่ใช่สินค้า ผู้พัฒนาตั้งเป้าราวปี 2570 (ดู “เลนส์ปรับโฟกัสได้เองกับแว่น AR”)
ZEISS MyoActive — มีผลการทดลองระหว่างทาง ยังไม่ประกาศวันวางจำหน่าย
MiYOSMART iQ — ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่าจำหน่ายในโรงพยาบาลตาใหญ่ในจีน ยังไม่ทั่วโลก
Meta Ray-Ban Display — ขายในสหรัฐฯ และขยายไปไม่กี่ประเทศ ยังไม่มีข้อมูลการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย ณ วันที่เขียน
ZEISS SmartLife Evol และรุ่นใหม่ปี 2568–2569 ของหลายแบรนด์ — การวางจำหน่ายในไทยอาจช้ากว่าต่างประเทศ หรือใช้ชื่อต่างกัน
ส่วนที่ต้องพูดตรง ๆ: “AI” ในโบรชัวร์หมายถึงอะไร
คำว่า AI ในวงการเลนส์ตอนนี้ใช้กับอย่างน้อยสามเรื่องที่ต่างกันมาก
AI ในขั้นออกแบบ — โมเดลที่ช่วยคำนวณรูปทรงเลนส์จากข้อมูลผู้สวมใส่จำนวนมาก (เช่น Varilux XR, SHIFT)
AI ในขั้นวัด — ซอฟต์แวร์ที่หาตำแหน่งรูม่านตาและจุดบนใบหน้าจากภาพถ่ายหรือวิดีโอ
AI ในการประมาณค่า — ใช้สถิติเติมข้อมูลที่ไม่ได้วัด (เช่น B.I.G. NORM)
ทั้งสามแบบเป็นของจริง แต่ไม่มีแบบไหนที่ “ฉลาด” ในความหมายที่ว่าเลนส์คิดเองได้ และ ตัวเลขประสิทธิภาพทั้งหมดมาจากการทดสอบของผู้ผลิต ยังไม่มีงานวิจัยอิสระที่เทียบเลนส์ AI ของแต่ละแบรนด์กันตรง ๆ (เจาะลึกเรื่องนี้ใน “AI กับเลนส์แว่น”)
5 คำถามแยก “ของใหม่จริง” ออกจาก “ของเดิมที่เปลี่ยนชื่อ”
ปีหน้าและปีต่อ ๆ ไปจะมีชื่อใหม่ออกมาอีก ใช้คำถามเหล่านี้ตรวจได้ด้วยตัวเอง
ข้อมูลที่ใช้ออกแบบเปลี่ยนไหม — ถ้ารุ่นใหม่ใช้ข้อมูลชนิดใหม่ (เช่น ขนาดรูม่านตา ประวัติการใส่แว่น ความไวต่อภาพเบลอ) มักเป็นของใหม่จริง ถ้าแค่ “ปรับปรุงอัลกอริทึม” อาจเป็นการพัฒนาต่อยอดเล็กน้อย
ต้องวัดอะไรเพิ่มที่ร้านไหม — เทคโนโลยีใหม่จริงมักต้องการข้อมูลใหม่ ถ้าไม่ต้องวัดอะไรเพิ่มเลย ให้ถามว่าข้อมูลใหม่มาจากไหน
ตัวเลขเทียบกับอะไร — เทียบกับรุ่นก่อนของตัวเอง หรือเทียบกับ “คู่แข่งที่ไม่ระบุชื่อ” ตัวเลขทั้งสองแบบไม่ได้บอกว่าดีกว่าแบรนด์อื่นแค่ไหน
มีรางวัลหรือบทความวิชาการประกอบไหม — รางวัลอย่าง SILMO d’Or บอกว่าวงการยอมรับความใหม่ แต่ไม่ได้พิสูจน์ประสิทธิภาพ บทความวิชาการที่ตีพิมพ์มีน้ำหนักกว่า
ขายในไทยแล้วหรือยัง — ข่าวเปิดตัวต่างประเทศกับสินค้าที่คุณสั่งได้ในไทยอาจห่างกันหลายเดือนถึงหลายปี
เอาไปใช้ยังไง: ควรอัปเกรดไหม
น่าพิจารณาอัปเกรด ถ้า
แว่นปัจจุบันเป็นรุ่นก่อนปี 2563 และคุณยังรู้สึกโคลงหรือโซนแคบ
คุณมองในที่แสงน้อยบ่อยและรู้สึกว่าแว่นไม่ชัดตอนกลางคืน
คุณเพิ่งเริ่มสายตายาวและอยากเริ่มต้นกับดีไซน์ที่ปรับตัวง่าย
อาจยังไม่จำเป็น ถ้า
แว่นปัจจุบันใส่สบายดี ค่าสายตาไม่เปลี่ยน
ร้านที่คุณไปไม่ได้วัดค่าตำแหน่งการสวมใส่ให้ (ระยะหลังเลนส์ถึงตา มุมเอียง ความโค้งหน้ากรอบ) แล้วปล่อยให้โรงงานใช้ค่ามาตรฐานแทน เพราะดีไซน์เฉพาะบุคคลจะเหลือประโยชน์ไม่เต็ม
คำถามที่ควรถามร้าน
เลนส์รุ่นนี้เปิดตัวปีไหน และขายในไทยด้วยชื่อนี้หรือไม่
“AI” ในรุ่นนี้หมายถึงแบบไหน ออกแบบ วัด หรือประมาณค่า
รุ่นนี้ต้องใช้ค่าวัดอะไรบ้าง และร้านวัดค่าเหล่านั้นจากเราเองไหม หรือใช้ค่ามาตรฐานแทน
ถ้าเทียบกับรุ่นที่ใส่อยู่ จะต่างกันตรงไหนสำหรับการใช้งานของเรา
สรุปให้
2566 พฤติกรรมกลายเป็นข้อมูลออกแบบ (Varilux XR, ZEISS SmartView 2.0) · 2567 ประสบการณ์การใส่แว่นเดิมกลายเป็นข้อมูลออกแบบ (Hoya AdaptEase) และ Transitions GEN S
2568 เลนส์สนใจสมองและแสง (Rodenstock Sensitive, Physio extensee) · Stellest ผ่าน FDA · 2569 AI ลงมาถึงรุ่นเริ่มต้น (Varilux SHIFT)
เส้นแบ่งพรีเมียมคือ “วัดตาจริง” vs “ทำนายด้วย AI”
แว่นออโต้โฟกัสและเลนส์เด็กรุ่นล่าสุดยังไม่ใช่ของที่ซื้อได้ทั่วไป ตัวเลขทุกตัวยังเป็นของผู้ผลิต
แหล่งอ้างอิง
Essilor — Varilux XR series: https://www.essilorpro.com/resources/varilux/varilux-xr-series
AOP (เม.ย. 2568) — Essilor reveals Varilux Physio extensee: https://www.aop.org.uk/ot/news/2025/04/11/essilor-reveals-varilux-physio-extensee
Glance (ก.ค. 2569) — Essilor introduces Varilux SHIFT: https://glance.eyesoneyecare.com/stories/2026-07-15/essilor-introduces-varilux-shift-progressive-lens-with-ai/
ZEISS — SmartView Technology 2.0 fact sheet: https://www.zeiss.com/vision-care/en/newsroom/news/2023/fact-sheet-smartview-technology-2-0.html
ZEISS — SmartLife Individual 3: https://www.zeiss.com/vision-care/en/newsroom/news/2023/zeiss-smartlife-individual-3-lenses.html
ZEISS — SmartLife Evol: https://blogs.zeiss.com/vision/us/evolve-your-vision-introducing-zeiss-smartlife-evol/
Rodenstock — B.I.G. NORM: https://www.rodenstock.com/bigvision/big-norm
AOP (พ.ค. 2568) — Rodenstock considers visual sensitivity: https://www.aop.org.uk/ot/100-percent-optical/2025/05/01/rodenstock-considers-visual-sensitivity-with-new-lens
Hoya — iD MyStyle 3 และ iD WorkStyle 3: https://www.hoyavision.com/en-us/blog/blogs-and-article/HOYA-innovations-idmystyle3-and-idworkstyle3/
Optician Online — Transitions GEN S: https://www.opticianonline.net/content/news/transitions-gen-s-heralds-new-era-for-photochromic-lenses
Insight Media (มิ.ย. 2569) — Shamir debuts Sun Intelligence: https://insightmediagroup.com/2026/06/16/shamir-debuts-sun-intelligence-optical-lens-design/
Review of Optometry — First myopia control spectacle lens approved in the US: https://www.reviewofoptometry.com/news/article/first-myopia-control-spectacle-lens-approved-in-the-us
ZEISS (2568) — Overview DuraVision coatings: https://www.zeiss.com/vision-care/en/newsroom/news/2025/overview-coatings-duravision.html
Mitsui Chemicals (ม.ค. 2568) — ขยายกำลังผลิตวัสดุ index สูง: https://jp.mitsuichemicals.com/en/release/2025/2025_0115/index.htm
Meta (ก.ย. 2568) — Meta Ray-Ban Display: https://about.fb.com/news/2025/09/meta-ray-ban-display-ai-glasses-emg-wristband/
Meta (มี.ค. 2569) — AI glasses built for prescriptions: https://about.fb.com/news/2026/03/meta-ai-glasses-built-for-prescriptions/
Engadget — IXI autofocusing lenses at CES 2026: https://www.engadget.com/wearables/ixis-autofocusing-lenses-multifocal-glasses-ces-2026-212608427.html
.png)
ความคิดเห็น