top of page

บทความที่ 201 : เลนส์โปรเกรสซีฟ 4 แบรนด์ใหญ่ ต่างกันที่ “วิธีคิด” ไม่ใช่แค่ราคา

tbfc1000
5 วันที่ผ่านมา
ยาว 4 นาที

ลองนึกภาพว่าคุณเดินเข้าร้านแว่นสองร้านในวันเดียวกัน ด้วยใบวัดสายตาใบเดิม

ร้านแรกเสนอเลนส์โปรเกรสซีฟราคาหมื่นต้น ๆ ร้านที่สองเสนอตัวที่ราคาสามหมื่นกว่า พอถามว่าต่างกันตรงไหน คำตอบที่ได้มักจะเป็น “ตัวนี้ดีกว่าครับ ชัดกว่า ปรับตัวง่ายกว่า”

ซึ่งไม่ผิด แต่ก็ไม่ได้บอกอะไรเลย


ความจริงคือ เลนส์โปรเกรสซีฟของแต่ละแบรนด์ไม่ได้ต่างกันที่ “คุณภาพ” แบบที่เราเข้าใจกัน แต่ต่างกันที่ คำถามที่วิศวกรของแต่ละค่ายเลือกจะตอบ


Essilor ถามว่า “คนคนนี้จะกวาดสายตาไปทางไหนต่อ” แล้วออกแบบเลนส์จากคำทำนายนั้น


Hoya ถามว่า “ตาสองข้างของคนคนนี้ทำงานเข้ากันได้ดีแค่ไหน” แล้วออกแบบเลนส์ให้สองข้างคุยกันรู้เรื่อง


ZEISS ถามว่า “ตาอายุเท่านี้ ในแสงแบบนี้ รูม่านตาจะกว้างแค่ไหน” แล้วออกแบบจากข้อมูลประชากร


Nikon ถามว่า “ถ้าคิดแบบคนทำเลนส์กล้อง จะทำให้ภาพคมและคอนทราสต์ดีขึ้นได้อย่างไร”


สี่คำถาม สี่คำตอบ และนั่นคือเหตุผลที่คนคนหนึ่งใส่ยี่ห้อหนึ่งแล้วสบาย แต่เพื่อนอีกคนใส่ยี่ห้อเดียวกันแล้วบ่นว่าไม่ชิน

บทความนี้จะพาไปดูว่าแต่ละค่ายคิดอะไรอยู่ — และตอนท้ายจะบอกด้วยว่าตัวเลขโฆษณาทั้งหลายที่เราเห็นกันนั้น ใครเป็นคนวัด


ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ

เลนส์โปรเกรสซีฟเป็นของที่คุณใส่วันละ 12–16 ชั่วโมง ใช้ต่อเนื่องสองสามปี และราคาไม่ใช่น้อย

ถ้าเลือกโดยดูแค่ “ยี่ห้อดัง” หรือ “รุ่นแพงสุด” คุณอาจจ่ายเงินให้เทคโนโลยีที่แก้ปัญหาที่คุณไม่มี แล้วพลาดเทคโนโลยีที่แก้ปัญหาที่คุณมีจริง

อ่านจบแล้วคุณจะรู้สามเรื่อง

  1. แต่ละแบรนด์ใช้หลักคิดอะไรในการออกแบบ

  2. หลักคิดแบบไหนน่าจะเข้ากับตาและชีวิตประจำวันของคุณ

  3. คำถามที่ควรถามร้าน ก่อนจ่ายเงินค่าเลนส์หลักหมื่น


ก่อนเทียบแบรนด์ ต้องเข้าใจก่อนว่าเลนส์โปรเกรสซีฟ “ยาก” ตรงไหน

เลนส์โปรเกรสซีฟคือเลนส์ที่ค่าสายตาค่อย ๆ เปลี่ยนจากบนลงล่าง ส่วนบนไว้มองไกล ตรงกลางไว้มองระยะกลาง (จอคอม หน้าปัดรถ) ส่วนล่างไว้อ่านหนังสือหรือดูมือถือ

แถบที่ค่าสายตาค่อย ๆ เปลี่ยนนี้เรียกว่า corridor (ทางเดินสายตา)

ปัญหาคือ ฟิสิกส์ไม่ยอมให้เราเปลี่ยนค่าสายตาบนผิวโค้งแบบต่อเนื่องได้ฟรี ๆ ทุกครั้งที่ค่าสายตาเปลี่ยน จะเกิด ความคลาดเคลื่อนด้านข้าง (peripheral aberration) คือบริเวณสองข้างของ corridor ที่มองแล้วภาพเบลอหรือบิด

ลองนึกถึงการรีดผ้าปูที่นอนที่ใหญ่กว่าเตียงนิดหนึ่ง ดึงตรงกลางให้ตึง ยังไงรอยย่นก็ต้องไปกองอยู่ที่ขอบ


วิศวกรทุกค่ายเจอโจทย์เดียวกัน ความต่างอยู่ที่ว่า จะเอารอยย่นไปไว้ตรงไหน และ จะใช้ข้อมูลอะไรตัดสินใจ ซึ่งตรงนี้แหละที่แต่ละค่ายแยกทางกัน


ถ้าคุณเคยใส่โปรเกรสซีฟแล้วเวียนหัวหรือโคลงเวลาหันมอง นั่นคือคุณกำลังรู้สึกถึง “รอยย่น” ที่ว่านี้ (อ่านต่อได้ใน บทความที่ 82: 4 สาเหตุ ทำไมตัดแว่นโปรเกรสซีฟแล้วใส่ไม่ได้)


Essilor / Varilux — สายทำนายพฤติกรรมการมอง


วิธีคิด


Essilor เป็นเจ้าของแบรนด์ Varilux ซึ่งเป็นเลนส์โปรเกรสซีฟเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลก (ออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี 2502) จึงมีข้อมูลผู้สวมใส่สะสมมาหลายทศวรรษ

แนวคิดล่าสุดของค่ายนี้คือ อย่าออกแบบเลนส์จากเรขาคณิตอย่างเดียว ให้ออกแบบจากพฤติกรรม

แปลว่า แทนที่จะถามว่า “ผิวเลนส์ควรโค้งเท่าไหร่” Essilor ถามว่า “ตอนคนคนนี้เดินข้ามถนน อ่านเมนู หรือก้มดูมือถือ ตาเขาจะเคลื่อนไปทางไหน และตาสองข้างจะเห็นภาพต่างกันแค่ไหน”


เทคโนโลยีหลักที่ควรรู้จัก

  • XR-motion — หัวใจของ Varilux XR series (เปิดตัว ก.พ. 2566) ผู้ผลิตอธิบายว่าเป็นการสร้าง “ฝาแฝดดิจิทัล” ของผู้สวมใส่ในสภาพแวดล้อม 3 มิติ แล้วใช้โมเดลทำนายการกวาดสายตาและการเพ่ง เพื่อลดความต่างของภาพระหว่างสองตาในทุกทิศทาง

  • SynchronEyes (ใน X series) และ Binocular Booster (ใน Physio W3+) — คำนวณเลนส์ซ้ายขวาเป็นคู่ ไม่ใช่ทีละข้าง

  • Xtend — ขยายระยะมองเอื้อมแขน (เช่น จอโน้ตบุ๊ก ชั้นวางของในซูเปอร์ฯ) ให้มองได้โดยไม่ต้องขยับหัวมาก

  • Eyecode — ใช้ตำแหน่งจุดหมุนของตาแต่ละคน (จุดที่ลูกตาหมุนรอบตัวเอง) มาคำนวณ แทนการใช้ค่าเฉลี่ยของคนทั่วไป ซึ่งแปลว่าต้องมีการวัดค่าตำแหน่งการสวมใส่ของคุณจริง ๆ ไม่ใช่กรอกค่ามาตรฐาน


รุ่นในตระกูล

บันไดรุ่นของ Varilux ไล่จากล่างขึ้นบนประมาณนี้: Comfort W2+ → Physio W3+ → X series → XR design → XR track

รุ่นสูงสุด XR track ปรับตามพฤติกรรมการมองระยะใกล้ของแต่ละคน และจะได้ประโยชน์เต็มที่เมื่อร้าน วัดค่าตำแหน่งการสวมใส่ของคุณจริง (ระยะเลนส์ถึงตา มุมเอียง ความโค้งกรอบ PD แยกข้าง ความสูงจุดมอง) ไม่ใช่ให้แล็บเติมค่ามาตรฐานแทน

เหมาะกับใคร

คนที่ชีวิตเคลื่อนไหวเยอะ มองสลับไกล–กลาง–ใกล้ตลอดวัน และคนที่เคยรู้สึกว่าโปรเกรสซีฟ “โคลง” เวลาเดินหรือหันหัว

ตัวเลขที่เห็นในโฆษณา: Essilor ระบุว่า XR series ให้ “ปริมาตรการมองเห็น” กว้างขึ้น 49% เทียบกับ X series และ 9 ใน 10 คนรู้สึกคมชัดทันที — ตัวเลขทั้งหมดนี้มาจากการทดสอบของผู้ผลิตเอง และ “ปริมาตรการมองเห็น” เป็นหน่วยวัดที่ Essilor นิยามขึ้นเอง จึงเอาไปเทียบกับตัวเลขของแบรนด์อื่นตรง ๆ ไม่ได้

Hoya — สายออกแบบสองผิวและจัดสมดุลสองตา


วิธีคิด


Hoya เป็นบริษัทญี่ปุ่นที่เริ่มจากงานแก้วออปติก จุดที่ Hoya เล่าได้ชัดที่สุดคือ ตาสองข้างของเราไม่ได้ทำงานแยกกัน สมองรวมภาพจากสองตาเป็นภาพเดียว ถ้าภาพสองข้างไม่เข้ากัน สมองต้องทำงานหนัก และนั่นคือที่มาของอาการล้าหรือเวียนหัว

อีกเรื่องที่ Hoya ถนัดคือการ แบ่งงานให้ผิวเลนส์ทั้งสองด้าน


เทคโนโลยีหลักที่ควรรู้จัก

  • Integrated Dual Surface (iD) — แบ่งการเปลี่ยนค่าสายตาไปไว้ทั้งสองผิว องค์ประกอบแนวดิ่งไว้ผิวหน้า องค์ประกอบแนวนอนไว้ผิวหลัง เพื่อลดความคลาดเคลื่อนด้านข้างและขยายลานภาพ

  • พูดง่าย ๆ คือ แทนที่จะให้ผิวเดียวแบกงานทั้งหมด ก็แบ่งให้สองผิวช่วยกันแบก

  • Binocular Harmonization Technology (BHT) — ชดเชยกรณี ค่าสายตาสองข้างไม่เท่ากัน ด้วยการจัดสมดุลการกระจายกำลังเลนส์ใหม่ให้สองข้างสอดคล้องกัน

  • 3D Binocular Vision — ชดเชยปริซึม (การที่ภาพถูกเบนไปจากตำแหน่งจริง) ในบริเวณรอบนอกของเลนส์ ลดอาการที่ภาพสองข้างเหลื่อมกันแนวดิ่งเวลามองใกล้ด้านข้าง

  • AdaptEase (ใน iD MyStyle 3) — นำประสบการณ์การใส่แว่นเดิมและความชอบส่วนตัวมาคำนวณด้วย


รุ่นในตระกูล

  • ระดับคุ้มค่า: Summit / Amplitude (ใช้เทคโนโลยี freeform ผิวหลังที่ Hoya เรียกว่า BKS)

  • ระดับกลาง: Array 2, iD LifeStyle 3

  • ระดับพรีเมียม: iD LifeStyle 4 (ปี 2567), iD MyStyle 3 (เฉพาะบุคคลสูงสุด) และ iD WorkStyle 3 สำหรับงานระยะใกล้–กลาง


เหมาะกับใคร

จุดที่ Hoya อธิบายเป็นรูปธรรมได้ชัดที่สุดคือ คนที่ค่าสายตาสองข้างต่างกันมาก เช่น ข้างหนึ่ง −1.00 อีกข้าง −3.50 คนกลุ่มนี้มักบ่นว่าใส่โปรเกรสซีฟแล้วตาล้าเร็วหรือภาพไม่ลงตัวเวลามองลงต่ำ เพราะเลนส์สองข้างที่ค่าไม่เท่ากันจะเบนภาพไม่เท่ากันด้วย


ZEISS — สายวิทยาศาสตร์การมองเห็นและข้อมูลตามช่วงอายุ


วิธีคิด


ZEISS เป็นบริษัทเยอรมันอายุเกือบ 180 ปี ที่ทำทั้งเลนส์กล้องจุลทรรศน์ เลนส์กล้องถ่ายภาพ และเครื่องมือจักษุแพทย์

วิธีคิดของ ZEISS คือ ตาเปลี่ยนไปตามอายุ และไม่ได้เปลี่ยนแค่ค่าสายตา รูม่านตาเล็กลง ใบหน้าเปลี่ยนรูป ท่าทางการใช้มือถือก็ต่างจากคนรุ่นก่อน เลนส์ควรรู้เรื่องเหล่านี้

เรื่องที่ไม่ค่อยมีใครรู้: ตาของเรามี “จุดหมุน” สองจุด

ตำราเลนส์แบบเดิมสมมติว่าลูกตาหมุนรอบจุดเดียว

แต่งานวิจัยของ ZEISS Vision Science Lab ร่วมกับมหาวิทยาลัย Tübingen พบว่า จุดหมุนของตาเวลากลอกซ้าย–ขวา กับเวลากลอกขึ้น–ลง อยู่ห่างกันประมาณ 2.8 มิลลิเมตร

2.8 มม. ฟังดูน้อย แต่สำหรับเลนส์ที่ต้องวางโซนมองใกล้ให้ตรงกับจุดที่ตาก้มลงไปพอดี ระยะเท่านี้มีผล เทคโนโลยี SmartView 2.0 ของ ZEISS จึงจำลองทั้งสองจุด


เทคโนโลยีหลักที่ควรรู้จัก

  • SmartView 2.0 แบ่งเป็น 3 เสาหลัก

    • Smart Dynamic Optics — ออกแบบรอบพฤติกรรมยุคมือถือ ที่สายตาถูกดึงให้มองต่ำลงและเปลี่ยนระยะบ่อย

    • Age Intelligence — รวม Luminance Design 2.0 (คำนึงถึงขนาดรูม่านตาตามอายุ) และ Dynamic AgeFit (โครงสร้างใบหน้าที่เปลี่ยนไปตามวัย)

    • Clear Optics / Thin Optics — ปรับทีละจุดบนเลนส์ ถ่วงกับความหนา

  • Intelligence Augmented Design (IAD) — ผู้ผลิตระบุว่าเทียบค่าของผู้สวมใส่กับชุดข้อมูล 12.5 ล้านจุด

พอร์ต SmartLife แบ่งดีไซน์เป็น 6 กลุ่มอายุ ครอบคลุม 20–79 ปี


รุ่นในตระกูล

Pure → Plus → Superb → Individual 3

ZEISS เป็นค่ายที่เปิดเผยตัวเลขเชิงเทคนิคมากที่สุดค่ายหนึ่ง เช่น รุ่น Pure ให้เลือก corridor แบบคงที่ Long 18 มม. / Medium 16 มม. / Short 14 มม. หรือ Variable 13 มม. ส่วนรุ่นสูงขึ้นไปใช้ corridor แปรผันตามกรอบ

รุ่นใหม่ SmartLife Evol (ประกาศ เม.ย. 2568) เพิ่มเทคโนโลยี HV Core ที่หาจุดหมุนตาได้ละเอียดขึ้น — สถานะการวางจำหน่ายในไทยต้องเช็กกับตัวแทน


เหมาะกับใคร

คนที่ใช้มือถือหนักและมองต่ำบ่อย คนที่อยากได้เลนส์ที่ “ออกแบบมาเพื่อวัยนี้” และคนที่ชอบเห็นตัวเลขเทคนิคชัด ๆ ก่อนตัดสินใจ


Nikon — สายออปติกจากกล้อง


วิธีคิด


Nikon นำประสบการณ์ออกแบบเลนส์กล้องมาใช้ จุดเน้นจึงอยู่ที่ ความคมและคอนทราสต์ของภาพ ไม่ใช่แค่ความกว้างของโซน

เรื่องที่หลายคนไม่รู้

ธุรกิจเลนส์แว่นของ Nikon ดำเนินการโดย Nikon-Essilor Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Nikon กับ Essilor ตั้งขึ้นเมื่อปี 2543

แปลว่า ในเชิงโครงสร้างบริษัท Nikon กับ Essilor ไม่ได้เป็นคู่แข่งกันเต็มตัวอย่างที่หลายคนเข้าใจ (เรื่องใครเป็นเจ้าของใครในวงการเลนส์ มีรายละเอียดอีกเยอะ เราแยกเขียนไว้ในบทความ “ใครเป็นเจ้าของใครในวงการเลนส์”)


เทคโนโลยีและรุ่น

เว็บไซต์ Nikon Lenswear ปัจจุบันระบุเทคโนโลยี เช่น Nikon Optical Design Engine, Seemax Technology, Viewfit Technology และ Z-Contrast Technology

โปรเกรสซีฟตระกูล Z Series ไล่จาก Presio Advance Z / Presio Wide Z / Presio Power Z (ระดับมาตรฐาน–กลาง ต่างกันที่การเน้นโซน) ไปจนถึง SeeMax Master Z และ SeeMax Ultimate Z (ระดับเฉพาะบุคคล)

อีกจุดเด่นคือเลนส์สายอาชีพ E-Life Pro ที่แบ่งละเอียดตามระยะการใช้งานในบ้านและออฟฟิศ


เหมาะกับใคร

คนที่ให้ความสำคัญกับความคมชัดของภาพ และคนทำงานในร่มที่อยากได้เลนส์เฉพาะระยะเป็นแว่นคู่ที่สอง


ตารางสรุป: 4 ค่าย 4 วิธีคิด


Essilor / Varilux

Hoya

ZEISS

Nikon

คำถามหลักที่ค่ายนี้ตอบ

ตาคุณจะเคลื่อนไปทางไหน

ตาสองข้างเข้ากันไหม

ตาวัยนี้ต้องการอะไร

ภาพคมและคอนทราสต์ดีแค่ไหน

เทคโนโลยีเด่น

XR-motion, SynchronEyes, Eyecode

iD สองผิว, BHT, 3D Binocular Vision

SmartView 2.0, จุดหมุนตา 2 จุด, Age Intelligence

Z-Contrast, SeeMax

รุ่นสูงสุด (ณ ก.ย. 2569)

Varilux XR track

iD MyStyle 3

SmartLife Individual 3

SeeMax Ultimate Z

เหมาะเป็นพิเศษกับ

คนเคลื่อนไหวเยอะ เคยรู้สึกโคลง

ค่าสายตาสองข้างต่างกันมาก

ใช้มือถือหนัก อยากได้ดีไซน์ตามวัย

เน้นความคม ทำงานในร่ม

ชื่อรุ่นในแค็ตตาล็อกไทยอาจต่างจากของยุโรป/สหรัฐฯ ควรถามร้านถึงชื่อรุ่นที่จำหน่ายจริงในไทย


จุดร่วมที่สำคัญกว่าชื่อแบรนด์: 5 อย่างที่เปลี่ยนจริงเมื่อขึ้นรุ่น

ถ้าวางบันไดรุ่นของทั้ง 4 ค่ายเทียบกัน จะเห็นว่าสิ่งที่เพิ่มขึ้นเมื่อรุ่นสูงขึ้นคล้ายกันมาก

  1. ผิวเลนส์ที่ใช้ออกแบบ — จากผิวหน้าแบบสำเร็จรูป → ขัดแบบ freeform ที่ผิวหลัง → ออกแบบสองผิวรวมกัน

  2. ข้อมูลที่ใช้คำนวณ — จากค่าสายตาอย่างเดียว → เพิ่มตำแหน่งการสวมใส่ (ระยะเลนส์ถึงตา มุมเอียง ความโค้งกรอบ) → เพิ่มข้อมูลกรอบ → เพิ่มจุดหมุนตาหรือแบบจำลองตาเฉพาะบุคคล

  3. Corridor — จากความยาวคงที่ไม่กี่แบบ → ปรับต่อเนื่องให้พอดีกรอบ

  4. การคำนวณสองตา — จากคำนวณทีละข้าง → คำนวณเป็นคู่ → ชดเชยปริซึมรอบนอกและกรณีค่าสายตาไม่เท่ากัน

  5. ข้อมูลพฤติกรรม — จากดีไซน์กลางสำหรับทุกคน → แบ่งตามกลุ่มอายุ → วัดพฤติกรรมรายคน

ข้อสังเกตคือ ข้อ 2 และข้อ 5 ต้องอาศัยการวัดที่ร้าน ถ้าร้านไม่ได้วัดค่าเหล่านี้ เลนส์รุ่นท็อปจะถูกผลิตด้วย “ค่ามาตรฐาน” แทนค่าจริงของคุณ

พูดอีกแบบคือ คุณอาจจ่ายเงินรุ่นท็อป แต่ได้เลนส์ที่ทำงานใกล้เคียงรุ่นกลาง — นี่คือเหตุผลที่คำถามว่า “ร้านวัดอะไรบ้าง” สำคัญไม่แพ้คำถามว่า “ยี่ห้ออะไร”

และมีอีกเรื่องที่ควรแยกให้ออก แต่ละค่ายมีชุดวัดตำแหน่งการสวมใส่แบบดิจิทัลในชื่อของตัวเอง แต่ค่าที่วัดได้เป็นชุดเดียวกัน คือระยะเลนส์ถึงตา มุมเอียง ความโค้งกรอบ PD แยกข้าง และความสูงจุดมอง

สิ่งที่มีผลกับเลนส์ในมือคุณคือ ค่าเหล่านี้ถูกวัดจริงหรือถูกแทนด้วยค่ามาตรฐาน ส่วนคำถามว่าเครื่องที่วัดชื่ออะไร เป็นความต่างทางการตลาดมากกว่าความต่างที่ตาคุณจะรู้สึกได้


ส่วนที่ต้องพูดตรง ๆ: ตัวเลขโฆษณาเหล่านี้ใครวัด

คุณอาจเคยเห็นตัวเลขแบบ “ลานภาพกว้างขึ้น 49%” “ปรับตัวเร็วขึ้น 56%” “ลานภาพกว้างขึ้นถึง 50% ที่ระยะมือถือ”

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ปลอม แต่ต้องรู้ที่มา

  • ทุกตัวเลขมาจากการทดสอบที่ผู้ผลิตทำหรือว่าจ้างเอง

  • ส่วนใหญ่ เทียบกับรุ่นก่อนหน้าของแบรนด์ตัวเอง ไม่ใช่เทียบกับแบรนด์อื่น

  • หน่วยวัดหลายตัว (เช่น “ปริมาตรการมองเห็น”) ถูกนิยามโดยผู้ผลิตเอง

  • ณ วันที่เขียน เรายังไม่พบงานวิจัยอิสระที่เอาเลนส์โปรเกรสซีฟรุ่นท็อปของแต่ละแบรนด์มาเทียบกันตรง ๆ

ดังนั้นประโยคอย่าง “ยี่ห้อ A กว้างกว่ายี่ห้อ B” จึงเป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ ใครพูดแบบนี้ ให้ถามต่อว่า “วัดจากอะไรครับ”

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ การปรับตัวกับโปรเกรสซีฟขึ้นกับหลายปัจจัยที่ไม่เกี่ยวกับยี่ห้อ เช่น ค่า ADD (กำลังเลนส์ส่วนอ่านที่เพิ่มขึ้น) ขนาดกรอบ ความแม่นของการวัดจุดศูนย์กลาง และประสบการณ์การใส่โปรเกรสซีฟมาก่อน


เอาไปใช้ยังไง: เลือกจากโจทย์ ไม่ใช่จากโลโก้

ลองตอบคำถามเหล่านี้กับตัวเองก่อนไปร้าน

  • ค่าสายตาสองข้างต่างกันมากไหม (เช่น ต่างกันเกิน 1.50–2.00 D) → ลองถามถึงเทคโนโลยีที่จัดการสองตาโดยตรง เช่น BHT ของ Hoya

  • เคยใส่โปรเกรสซีฟแล้วโคลงเวลาเดินไหม → ดีไซน์ที่เน้นลดความต่างของภาพสองตาขณะเคลื่อนไหว เช่น Varilux XR

  • ใช้มือถือและแท็บเล็ตหนักมาก → ดีไซน์ที่ออกแบบรอบการมองต่ำและระยะใกล้ที่เปลี่ยนบ่อย เช่น ZEISS SmartLife

  • ทำงานในร่มทั้งวัน → อาจคุ้มกว่าถ้ามีแว่นคู่ที่สองเป็นเลนส์ออฟฟิศ (ดู บทความที่ 14: เลนส์ Office)

  • เลือกกรอบเล็กหรือแคบ → ต้องดูว่ารุ่นนั้นมี corridor สั้นหรือแปรผันได้ (อ่านเพิ่ม บทความที่ 89: เทคนิคเลือกกรอบสำหรับโปรเกรสซีฟ)


คำถามที่ควรถามร้าน ก่อนจ่ายเงิน

  1. รุ่นนี้ใช้ค่าอะไรในการคำนวณบ้าง และร้านวัดค่าเหล่านั้นครบไหม (PD แยกข้าง ความสูงจุดมอง ระยะเลนส์ถึงตา มุมเอียง ความโค้งกรอบ)

  2. ค่าไหนที่ร้านวัดจากตัวคุณจริง และค่าไหนที่จะใช้ค่ามาตรฐานแทน

  3. ถ้าใส่แล้วปรับตัวไม่ได้ มีนโยบายเปลี่ยนดีไซน์หรือรับประกันการปรับตัวอย่างไร

  4. ชื่อรุ่นนี้ตรงกับที่ขายในประเทศอื่นไหม ขอดูใบรับประกันและรหัสบนเลนส์ได้ไหม

  5. ตัวเลขที่ระบุในโบรชัวร์ เทียบกับอะไร

ร้านที่ตอบคำถามเหล่านี้ได้ชัด ๆ มักสำคัญกว่ายี่ห้อที่อยู่บนกล่อง


สรุปให้

  • เลนส์โปรเกรสซีฟ 4 แบรนด์ใหญ่ต่างกันที่ วิธีคิด: Essilor ทำนายพฤติกรรม · Hoya จัดสมดุลสองตาและใช้สองผิว · ZEISS ออกแบบตามข้อมูลช่วงอายุและจุดหมุนตา · Nikon เน้นความคมแบบเลนส์กล้อง

  • ขึ้นรุ่นแล้วสิ่งที่เพิ่มคล้ายกันทุกค่าย คือข้อมูลที่ใช้คำนวณละเอียดขึ้น — ซึ่ง ต้องมีการวัดที่ร้านรองรับ

  • ตัวเลขโฆษณาทั้งหมดมาจากการทดสอบของผู้ผลิตเอง ยังไม่มีงานวิจัยอิสระเทียบแบรนด์ต่อแบรนด์

  • เลือกจากโจทย์ของตาและชีวิตคุณ ไม่ใช่จากโลโก้หรือราคา


คำถามที่พบบ่อย

เลนส์โปรเกรสซีฟยี่ห้อไหนดีที่สุด? ไม่มียี่ห้อไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่ละค่ายแก้ปัญหาคนละจุด ยี่ห้อที่ดีที่สุดคือยี่ห้อที่แก้ปัญหาตรงกับตาและการใช้งานของคุณ และร้านวัดค่าได้ครบตามที่รุ่นนั้นต้องการ

Varilux กับ Hoya ต่างกันอย่างไร? Varilux (Essilor) เน้นทำนายการเคลื่อนไหวของสายตาและคำนวณสองตาเป็นคู่ ส่วน Hoya เน้นแบ่งการเปลี่ยนค่าสายตาไว้ทั้งสองผิวเลนส์และมีเทคโนโลยีเฉพาะสำหรับคนที่ค่าสายตาสองข้างต่างกันมาก

ใส่ยี่ห้อหนึ่งมาหลายปี ถ้าเปลี่ยนยี่ห้อจะต้องปรับตัวใหม่ไหม? เป็นไปได้ เพราะแต่ละดีไซน์วางโซนและความคลาดเคลื่อนต่างกัน ส่วนใหญ่ปรับตัวได้ในไม่กี่วันถึงสองสัปดาห์ ถ้าแว่นเดิมใส่สบายอยู่แล้ว การอยู่กับค่ายเดิมและขยับรุ่นขึ้นมักราบรื่นกว่า

รุ่นแพงสุดจำเป็นไหม? ไม่เสมอไป รุ่นท็อปให้ประโยชน์เต็มที่เมื่อร้านวัดค่าเฉพาะบุคคลได้ครบ ถ้าค่าสายตาไม่ซับซ้อนและร้านไม่ได้วัดค่าเหล่านั้นจากตัวคุณ รุ่นกลางที่ฟิตดีอาจให้ประสบการณ์ใกล้เคียงกัน

เลนส์ Nikon กับ Essilor เป็นบริษัทเดียวกันไหม? ธุรกิจเลนส์แว่นของ Nikon ดำเนินงานโดย Nikon-Essilor ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของทั้งสองฝ่ายตั้งแต่ปี 2543 แต่ดีไซน์เลนส์ของ Nikon ยังพัฒนาภายใต้แบรนด์ Nikon


แหล่งอ้างอิง

อ่านต่อ

หน้าหลักที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น


แว่นปุถุชน โปรเกรสซีฟ
โปรเกรสซีฟ @แว่นปุถุชน  เลนส์ แว่นตา สายตายาว  ควบคุม โดยนักทัศนมาตร และผู้เชี่ยวชาญด้านโปรเกรสซีฟ โดยตรง  ร้านแว่นตา ราคาดี
แว่นปุถุชน โปรเกรสซีฟ
​ร้านแว่นปุถุชน
เลขที่ 19 ซอยพหลโยธิน 21
ถนนพหลโยธิน แขวงจตุจักร
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 092 562 1664
​

PUTUCHON 19 Phaholyothin 21 Rd. Jatujak Bangkok 10900 Tel. 092 562 1664

by แว่นปุถุชน(Putuchon)--OpticsRepublic Proudly created with Wix.com

ร้านแว่นปุถุชน (Putuchon) — Optics Republic

ผู้ส่งออกเลนส์โปรเกรสซีฟ จำหน่ายตรงถึงผู้ใช้ มีทั้ง เลนส์แบรนด์ต่างประเทศ และเลนส์โปรเกรสซีฟ House Brand คุณภาพสูง คุ้มค่า คุ้มราคากว่า ทำงานโดยทีมงานคุณภาพที่เป็นผู้ชำนาญส่งออกและนำเข้าสินค้าทางวิทยาศาสตร์กว่า 30 ปี ควบคุมการตรวจวัดสายตาโดยนักทัศนมาตรผู้ได้รับใบอนุญาต การจ่ายเลนส์โปรเกรสซีฟโดยนักทัศนมาตร และทีมช่างคุณภาพเชี่ยวชาญเรื่องการเลือกและ Fitting โปรเกรสซีฟ (ใช้เวลา ประมาณ30–45 นาที) รับนัดเท่านั้น ไม่มี Walk in

 

Optics Republic ( putuchon.com) is an optical store that specializing in Progressive lens. We started our business from our experties of being in the business of importing and exporting of Scientific related products, including long shelf life foods, industrial chemicals, lens and contact lens, over 30 years ago.

We have high quality progressive lenses from the international brands as well as the export quality prigressive lens from our House Brand produced at local and as well as international factories. All of our eye exams are done under the supervision of the Optometrist, skilled opticians and refractionist specializing in dispensing Progressive lens.

 

แว่นปุถุชน(Putuchon) --OpticsRepublic 19 ซอยพหลโยธิน 21 แขวงจตจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

19 Phaholyothin21 Rd. Jatujak Bangkok 10900

​

BTS สถานีพหลโยธิน 24 ทางออก 3 เดิน 250 เมตร

อยู่ใกล้ เซนทรัลลาดพร้าว (Central Ladprao) ยูเนียน มอลล์ Union Mall เมเจอร์ รัชโยธิน ( Major Ratchayothin) ตึกช้าง (Elephant Tower) ตึกรสา1 (Rasa1 Tower)

สามารถจอดรถหน้าร้านได้

Tel 092-562-1664 Line: https://lin.ee/9yYnLRI| Messenger: m.me/opticrepublic | www.putuchon.com

เปิดวัดสายตา วันพฤหัสบดี–วันอาทิตย์ 9.00-19.00 น (นัดหมายล่วงหน้า เท่านั้น ไม่รับ Walk in)

4.9 ★ จากรีวิว Google จากลูกค้าผู้ใช้จริง กว่า 200 รายการ  รีวิว (Review)​​

bottom of page