top of page

บทความที่ 212 : เทียบเลนส์เปลี่ยนสีทุกแบรนด์: Transitions, Sensity, PhotoFusion X, ColorMatic

tbfc1000
11 ต.ค.
ยาว 4 นาที
สรุปสั้น: เลนส์เปลี่ยนสีในไทยมีสี่สายหลักคือ Transitions, Hoya Sensity, ZEISS PhotoFusion X และ Rodenstock ColorMatic แต่ละสายเลือกแก้ปัญหาคนละข้อ — บางสายเน้นความใสในร่ม บางสายเน้นการทำงานหลังกระจกรถ บางสายเน้นความสม่ำเสมอในอากาศร้อน บทความนี้เรียงรุ่นให้ครบพร้อมตารางเทียบ และอธิบายว่าทำไมตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของแต่ละแบรนด์เอามาวางเรียงกันแล้วเทียบไม่ได้

“ตัวไหนดีที่สุดครับ”


นี่คือคำถามที่คนถามหน้าร้านทุกวัน และเป็นคำถามที่ตอบตรง ๆ ไม่ได้อย่างซื่อสัตย์


ไม่ใช่เพราะเราไม่รู้ แต่เพราะแต่ละแบรนด์เลือกโจทย์คนละข้อ แล้ววัดผลงานตัวเองด้วยไม้บรรทัดคนละอัน ที่อุณหภูมิคนละค่า เทียบกับ “คู่แข่ง” ที่ไม่บอกชื่อ


เหมือนถามว่าปลาทูกับไข่เจียวอันไหนอร่อยกว่า — ตอบได้ ถ้าบอกก่อนว่ากินกับอะไร


บทความนี้จะเรียงให้เห็นว่าแต่ละสายทำอะไร เปลี่ยนอะไรมาบ้างในแต่ละรุ่น และคุณควรเอาข้อไหนของใครไปใช้กับชีวิตคุณ


ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ

เพราะชื่อรุ่นบนใบเสนอราคาบอกอะไรคุณน้อยกว่าที่คิด


“Transitions” ไม่ใช่สินค้าชิ้นเดียว มีทั้งตระกูลที่ทำงานด้วย UV อย่างเดียวและตระกูลที่ทำงานด้วยแสงที่มองเห็นด้วย ซึ่งให้ผลต่างกันคนละเรื่องเวลาคุณอยู่ในรถ


อ่านจบแล้วคุณจะรู้ว่าต้องถามชื่อรุ่นให้ชัดขึ้นอีกขั้น และจะรู้ว่าเวลาเห็นเลข “เร็วขึ้น 60%” ควรถามต่อว่าเทียบกับอะไร


ก่อนอ่านต่อ ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องกลไกว่าทำไมความร้อนกับกระจกรถมีผลกับเลนส์เปลี่ยนสี แนะนำอ่าน “เลนส์เปลี่ยนสีในเมืองไทย” ก่อน จะเข้าใจตารางในบทความนี้ง่ายขึ้นมาก

ก่อนเริ่ม: แก้ความเข้าใจผิดเรื่องต้นกำเนิด

หลายคนเข้าใจว่าเลนส์เปลี่ยนสีทั้งหมดสืบสายมาจาก PhotoGray และ PhotoBrown ที่คนรุ่นพ่อแม่เคยใช้


ความจริงคือ PhotoGray / PhotoBrown เป็นของ Corning และเป็นเทคโนโลยีใน เลนส์กระจก ใช้ผลึกซิลเวอร์ฮาไลด์ในเนื้อแก้ว


ส่วน Transitions เป็นคนละสายกันคือสายเลนส์พลาสติก ใช้สีย้อมอินทรีย์ในเนื้อหรือผิวพลาสติก สองสายนี้ไม่ใช่รุ่นพี่รุ่นน้องกัน


รู้ไว้เพราะเวลาใครบอกว่า “เลนส์เปลี่ยนสีเมื่อก่อนเข้มกว่านี้” สิ่งที่เขาเทียบอาจเป็นเลนส์กระจกที่หนักกว่ามากและเป็นเทคโนโลยีคนละสาย


สายที่ 1: Transitions — ไล่รุ่นจาก V ถึง GEN S

Transitions Optical เดิมเป็นกิจการร่วมทุนระหว่าง Essilor กับ PPG ปัจจุบันอยู่ในเครือ EssilorLuxottica


รุ่นที่ยืนยันได้และเปลี่ยนอะไร


  • Transitions V (2548) — การยกเครื่องทั้งเมทริกซ์ (matrix คือเนื้อวัสดุที่โมเลกุลสีย้อมฝังตัวอยู่) และตัวสีย้อมพร้อมกันครั้งแรก

  • Signature VII (ราวปี 2556) — พัฒนาต่อจาก V

  • Signature GEN 8 (2562) — ใช้สีย้อมที่ผู้ผลิตเรียกว่า “ultra-agile” ในเมทริกซ์นาโนคอมโพสิตที่ออกแบบให้มี “โซนว่าง” ให้โมเลกุลสีย้อมพลิกตัวได้คล่องขึ้น

  • Signature GEN S (เมษายน 2567 — รุ่นที่ 9) — รุ่นปัจจุบันของสายใส มี 8 สีรวมสี Ruby


ประเด็นทางเทคนิคที่น่าสนใจของ GEN 8 และ GEN S คือ การพัฒนาไม่ได้อยู่ที่สีย้อมอย่างเดียว แต่อยู่ที่ การจัดบ้านให้สีย้อม ถ้าเนื้อวัสดุรอบตัวโมเลกุลแน่นเกินไป โมเลกุลจะพลิกตัวช้า การเว้นที่ว่างในระดับนาโนจึงทำให้ทั้งเข้มเร็วขึ้นและจางกลับเร็วขึ้น เหมือนคนกลุ่มเดิมจะเปลี่ยนที่นั่งได้เร็วขึ้นมากถ้าห้องมีทางเดินให้เดิน


ตัวเลขที่ผู้ผลิตระบุสำหรับ Signature GEN S — เข้มเต็มที่ใน ~25 วินาทีกลางแดดจัด, จางกลับใสในไม่ถึง 2 นาที, กรองแสงสีฟ้า-ม่วงได้ถึง 32% ตอนใสและ 85% ตอนเข้ม, กัน UVA/UVB 100%


และข้อสำคัญที่ต้องพูดคู่กันทุกครั้ง — Signature GEN S ยังขับเคลื่อนด้วย UV จึงแทบไม่ทำงานหลังกระจกหน้ารถ


สายที่ 2: ตระกูล XTRActive และ Drivewear — ทางแก้ของคนขับรถ

นี่คือจุดที่ Transitions แยกออกเป็นสองตระกูลชัดเจน


XTRActive / XTRActive New Generation ออกแบบให้ตอบสนองทั้ง UV และแสงที่มองเห็น เมื่อไม่ต้องรอ UV อย่างเดียว เลนส์จึงยังเข้มได้หลังกระจกรถ


ผู้ผลิตระบุว่าหลังกระจกหน้ารถเข้มถึงระดับ category 2 ตามมาตรฐาน ISO 12312-1 (การส่องผ่านแสง 18–43%) และอ้างว่าเลนส์เข้มที่สุดเมื่ออากาศร้อนและเมื่ออยู่ในรถ ถึงระดับ category 3 ที่ 35 องศาเซลเซียส


ข้ออ้างข้อหลังนี้ตรงข้ามกับพฤติกรรมปกติของโฟโตโครมิก ซึ่งปกติจะเข้มน้อยลงเมื่อร้อน และเป็นเหตุผลหลักที่ตระกูลนี้มักถูกแนะนำให้คนขับรถในไทย — โดยต้องกำกับไว้ว่าเป็นตัวเลขจากการทดสอบของผู้ผลิตเอง


ตัวเลขอื่นที่ผู้ผลิตระบุ: กรองแสงสีฟ้า-ม่วงในร่มถึง 45%, หลังกระจกรถ 64%, กลางแจ้ง 86% และจางกลับเร็วขึ้น 35% เทียบ XTRActive รุ่นก่อนของตัวเอง


ข้อแลกที่ต้องยอมรับคือ ตอนใสจะมีสีติดอยู่เล็กน้อย ไม่ใสเท่าสาย Signature


XTRActive Polarized เพิ่มการโพลาไรซ์แบบแปรผัน (คือระดับการโพลาไรซ์เปลี่ยนไปตามความเข้มของเลนส์) เข้มได้ถึง category 3 โดยผู้ผลิตระบุเองว่าประสิทธิภาพการโพลาไรซ์ก็แปรตามอุณหภูมิ UV และวัสดุ


Transitions Drivewear ผลิตโดย Younger Optics เป็นทั้งโพลาไรซ์และโฟโตโครมิกที่ทำงานด้วยแสงที่มองเห็น จึงใช้ในรถได้ สีเปลี่ยนจากเขียวมะกอกในแสงน้อยหรือหลังกระจก ไปเป็นทองแดง แล้วเป็นน้ำตาลแดงเข้มกลางแดดจัด


ข้อที่ต้องเข้าใจให้ตรงกัน — Drivewear ไม่ใช่เลนส์ใสในร่ม มันคือแว่นกันแดดสำหรับขับรถ ไม่ใช่แว่นคู่เดียวใส่ทั้งวัน


สายที่ 3: Hoya Sensity — เล่นเรื่องความสม่ำเสมอในทุกภูมิอากาศ

Hoya เรียกเทคโนโลยีของตัวเองว่า Stabilight Technology และวางจุดขายไว้ที่ประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอในทุกสภาพภูมิอากาศ


ถ้าคุณอ่าน “เลนส์เปลี่ยนสีในเมืองไทย” มาแล้วจะเห็นว่าจุดขายนี้ตรงกับปัญหาของเมืองไทยตรง ๆ เพราะสิ่งที่คนไทยเจอคือความเข้มที่เปลี่ยนไปตามอุณหภูมิ


สายรุ่นปัจจุบัน


  • Sensity 2 — รุ่นหลัก · ผู้ผลิตอ้าง: เข้มเร็วขึ้น 15% และจางเร็วขึ้น 9% เทียบ “แบรนด์ชั้นนำ” ที่ไม่ระบุชื่อ, กรองแสงสีฟ้า, กัน UV 100%

  • Sensity Fast — เน้นความเร็วในการเปลี่ยนสี

  • Sensity Dark — เน้นความเข้มสูงสุด

  • Sensity Shine — ให้ประกายคล้ายกระจกอ่อน ๆ เมื่อเลนส์เข้ม เป็นเรื่องความสวยงาม


Hoya ยังอ้างว่าเลนส์โฟโตโครมิกของตัวเองมีการเคลมทำใหม่น้อยกว่าแบรนด์โฟโตโครมิกอื่นถึง 40%


ตัวเลข 40% นี้เป็นข้ออ้างของผู้ผลิตและไม่ได้ระบุว่าเทียบกับแบรนด์ใด จึงใช้เป็นข้อมูลประกอบได้ แต่ใช้ตัดสินแทนกันไม่ได้


สายที่ 4: ZEISS PhotoFusion X — เปลี่ยนสามอย่างพร้อมกัน

ZEISS เปลี่ยนจาก PhotoFusion เป็น PhotoFusion X ในปี 2565 และการเปลี่ยนครั้งนี้มีสามส่วนที่ควรแยกให้เห็น


หนึ่ง สีย้อมและเมทริกซ์ — ใช้สีย้อมที่เร็วขึ้นในเมทริกซ์ที่ปรับสูตรใหม่


สอง เปลี่ยนวัสดุพื้น — เปลี่ยนไปใช้ ZEISS BlueGuard ซึ่งเป็นวัสดุที่มีสารดูดซับแสงสีฟ้าอยู่ในเนื้อเลย ไม่ใช่การกรองด้วยชั้นเคลือบสะท้อน


สาม ปรับโทนสีใหม่ โดยผู้ผลิตระบุว่าเข้มเท่าเดิมหรือเข้มกว่าเดิม


ส่วนที่สองเป็นการตัดสินใจเชิงวิศวกรรมที่น่าสนใจ เพราะการกรองแสงสีฟ้าในเนื้อวัสดุกับการกรองด้วยชั้นเคลือบให้ผลต่างกันที่ “ประกาย” ที่คนอื่นเห็นบนแว่นคุณตอนประชุมออนไลน์ ไม่ใช่แค่ที่ปริมาณที่กรองได้


ผู้ผลิตอ้าง: เข้มเร็วขึ้นถึง 60% และจางกลับเร็วขึ้นถึง 80% เทียบรุ่นก่อนของตัวเอง, กัน UV 100% ถึง 400 นาโนเมตร, กรองแสงสีฟ้าได้ถึง 50% ตอนใสและถึง 94% ตอนเข้มเต็มที่


มี 5 สีคือ Grey, Extra Grey, Brown, Pioneer และ Blue


จุดที่ต้องอ่านให้ระวังคือ ตัวเลข 60% และ 80% เทียบกับ PhotoFusion รุ่นก่อนของ ZEISS เอง ไม่ใช่เทียบกับแบรนด์อื่น ถ้ารุ่นก่อนช้ากว่าคู่แข่งอยู่แล้ว การเร็วขึ้น 80% ก็ยังไม่ได้บอกว่าเร็วกว่าใคร


สายที่ 5: Rodenstock ColorMatic — สายเดียวที่พูดถึง 35 องศาตรง ๆ

สายผลิตภัณฑ์ปัจจุบันของ Rodenstock ประกอบด้วย ColorMatic 3, ColorMatic 3 Sun, ColorMatic X และ ColorMatic Dark


  • ColorMatic X — ผู้ผลิตระบุ: ความเข้ม 88%, จางกลับเร็วขึ้น 56%, ความใสในร่มถึง 93% โดยระบุว่าวัดที่ 23 องศาเซลเซียส

  • ColorMatic Dark — ผู้ผลิตระบุ: เข้มถึง 90%, ปรับให้เหมาะกับ 35 องศาเซลเซียส และระบุว่าทำงานหลังกระจกรถได้


ข้อที่ควรชม ไม่ใช่ตัวเลข แต่เป็น การบอกอุณหภูมิที่วัด การที่ ColorMatic X ระบุว่า 93% นั้นวัดที่ 23 องศาเซลเซียส ทำให้เราอ่านตัวเลขได้อย่างมีบริบท และทำให้เห็นชัดว่าทำไมต้องมีรุ่นที่ปรับที่ 35 องศาเซลเซียสแยกออกมา


นี่คือสิ่งที่เราอยากเห็นทุกแบรนด์ทำ


แล้ว Nikon กับแบรนด์อื่นอยู่ตรงไหน

Nikon ขายผลิตภัณฑ์ Transitions รวมถึง XTRActive New Generation และไม่มีเลนส์โฟโตโครมิกสูตรของตัวเอง เทคโนโลยีเฉพาะของ Nikon อยู่ที่ฝั่งชั้นเคลือบคือตระกูล SeeCoat


แปลว่าถ้าร้านเสนอ “เลนส์เปลี่ยนสี Nikon” สิ่งที่คุณควรถามต่อคือ เป็น Transitions รุ่นอะไร เพราะนั่นคือตัวที่กำหนดพฤติกรรมของเลนส์


ส่วนแบรนด์อื่น ๆ ที่มีชื่อในไทย ข้อมูลที่เราตรวจสอบได้ยังไม่พอจะเขียนถึงอย่างมีความรับผิดชอบ เราจึงเว้นไว้ ดีกว่าเดา


ตารางเทียบ — อ่านเป็นตารางคุณสมบัติ ไม่ใช่ตารางคะแนน

หัวข้อ

Transitions Signature GEN S

Transitions XTRActive New Generation

Hoya Sensity 2

ZEISS PhotoFusion X

Rodenstock ColorMatic X / Dark

ตัวกระตุ้น

UV

UV + แสงที่มองเห็น

UV

UV

UV

ทำงานหลังกระจกรถ

แทบไม่ทำงาน

ทำงาน · ผู้ผลิตระบุถึง category 2 (18–43%)

ไม่ได้ระบุ

ไม่ได้ระบุ

Dark: ผู้ผลิตระบุว่าทำงานได้

ความใสในร่ม

ใสที่สุดในกลุ่มนี้

มีสีติดเล็กน้อย

ไม่ได้ระบุเป็นตัวเลข

ไม่ได้ระบุเป็นตัวเลข

X: ผู้ผลิตระบุถึง 93% (ที่ 23°C)

ความเข้มสูงสุดที่ผู้ผลิตอ้าง

ไม่ได้ระบุเป็น %

ถึง category 3 เมื่อ 35°C

มีรุ่น Sensity Dark สำหรับเน้นความเข้ม

“เข้มเท่าเดิมหรือเข้มกว่า” รุ่นก่อน

X: 88% · Dark: 90%

เวลาเข้ม

~25 วินาทีกลางแดดจัด

ไม่ได้ระบุเป็นวินาที

เร็วขึ้น 15% เทียบแบรนด์ไม่ระบุชื่อ

เร็วขึ้นถึง 60% เทียบรุ่นก่อน

ไม่ได้ระบุเป็นวินาที

เวลาจางกลับ

ใสในไม่ถึง 2 นาที

เร็วขึ้น 35% เทียบรุ่นก่อน

เร็วขึ้น 9% เทียบแบรนด์ไม่ระบุชื่อ

เร็วขึ้นถึง 80% เทียบรุ่นก่อน

X: เร็วขึ้น 56%

กรองแสงสีฟ้า-ม่วง (ผู้ผลิตอ้าง)

32% ตอนใส / 85% ตอนเข้ม

ในร่ม 45% · ในรถ 64% · กลางแจ้ง 86%

ระบุว่ากรองได้ ไม่ระบุ %

ถึง 50% ตอนใส / ถึง 94% ตอนเข้ม

ไม่ได้ระบุ

จุดขายหลัก

ใสในร่ม เข้มกลางแจ้ง

ใช้ในรถได้ และเข้มขึ้นเมื่อร้อน

Stabilight — สม่ำเสมอทุกภูมิอากาศ

BlueGuard ในเนื้อวัสดุ

ระบุอุณหภูมิที่วัด และมีรุ่นปรับที่ 35°C

จำนวนสี

8 สี รวม Ruby

ไม่ได้ระบุ

4 รุ่นย่อย

5 สี

ไม่ได้ระบุ


อ่านตารางนี้อย่างไร — ช่องที่เขียนว่า “ไม่ได้ระบุ” ไม่ได้แปลว่าเลนส์ทำไม่ได้ แปลว่าผู้ผลิตไม่ได้เปิดตัวเลขนั้นไว้ในเอกสารที่เราเข้าถึงได้ และช่องที่มีเปอร์เซ็นต์ก็เทียบข้ามคอลัมน์กันไม่ได้


ส่วนที่ต้องพูดตรง ๆ

ตัวเลขทุกตัวในตารางนี้มาจากการทดสอบของผู้ผลิตเอง เราไม่พบงานวิจัยอิสระที่นำเลนส์เปลี่ยนสีเชิงพาณิชย์ทั้งสี่สายมาวัดในเงื่อนไขเดียวกันและเผยแพร่ผล


และมีสามเหตุผลที่ทำให้ตัวเลขข้ามแบรนด์เทียบกันไม่ได้จริง ๆ


หนึ่ง อุณหภูมิอ้างอิงไม่เท่ากัน ซึ่งสำหรับโฟโตโครมิกคือตัวแปรที่เปลี่ยนผลลัพธ์มากที่สุด บางแบรนด์บอกว่าวัดที่ 23 องศาเซลเซียส บางแบรนด์ไม่บอก


สอง ฐานเปรียบเทียบไม่เหมือนกัน บางตัวเทียบกับรุ่นก่อนของตัวเอง บางตัวเทียบกับ “แบรนด์ชั้นนำ” ที่ไม่ระบุชื่อ สองอย่างนี้ตอบคำถามต่างกันสิ้นเชิง


สาม ช่วงคลื่นที่ใช้คิดเปอร์เซ็นต์การกรองแสงสีฟ้าไม่มีมาตรฐานกลาง แต่ละแบรนด์อาจใช้ช่วง 400–450 หรือ 400–455 นาโนเมตร และรายงานค่าเฉลี่ยหรือค่าที่จุดสูงสุดก็ได้ ตัวเลขจึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ตั้งแต่ต้น


สิ่งเดียวที่เทียบกันได้อย่างมีความหมายคือ หมวดความเข้มตาม ISO 12312-1 เพราะเป็นนิยามเดียวกันสำหรับทุกคน


สุดท้าย ชื่อรุ่นในแค็ตตาล็อกไทยอาจไม่ตรงกับเว็บของสำนักงานใหญ่ และเงื่อนไขการรับประกันต่างกันตามประเทศและตัวแทน สองเรื่องนี้ต้องยืนยันกับตัวแทนจำหน่ายในไทย


เอาไปใช้ยังไง

เปลี่ยนคำถาม “ตัวไหนดีที่สุด” เป็นชุดคำถามนี้


  1. ตัวนี้ชื่อรุ่นเต็มว่าอะไร และเป็นตระกูลที่ทำงานด้วย UV อย่างเดียวหรือตอบสนองแสงที่มองเห็นด้วย

  2. ถ้าผมขับรถทุกวัน ผู้ผลิตระบุว่าเข้มถึงหมวดไหนตาม ISO 12312-1 หลังกระจกหน้ารถ

  3. ตัวเลขที่บอกมา เทียบกับรุ่นก่อนของแบรนด์เดียวกัน หรือเทียบกับแบรนด์อื่น และวัดที่อุณหภูมิเท่าไหร่

  4. ตอนใสในร่ม เลนส์ตัวนี้มีสีติดไหม ขอลองเทียบกับเลนส์ใสธรรมดา

  5. ชื่อรุ่นนี้ในไทยตรงกับบนเว็บต่างประเทศไหม และรับประกันอย่างไร


และทดลองด้วยตัวเองหนึ่งอย่าง — ถือเลนส์ตัวอย่างออกไปกลางแดดหน้าร้าน 1 นาที แล้วเดินกลับเข้าร้าน จับเวลาการจางกลับด้วยสายตาตัวเอง ทำกับสองตัวเลือกในวันเดียวกันในอุณหภูมิเดียวกัน นั่นคือการเทียบที่ยุติธรรมที่สุดที่คุณทำได้


สรุปให้

  • Transitions แยกเป็นสองตระกูลชัดเจน · Signature GEN S (2567) เน้นความใสในร่ม แต่ยังทำงานด้วย UV จึงแทบไม่เข้มในรถ · XTRActive New Generation ตอบสนองแสงที่มองเห็นด้วย จึงใช้ในรถได้

  • Hoya Sensity ชู Stabilight Technology เรื่องความสม่ำเสมอทุกภูมิอากาศ มีรุ่นย่อย 2 / Fast / Dark / Shine

  • ZEISS PhotoFusion X (2565) เปลี่ยนสามอย่าง คือสีย้อมและเมทริกซ์, วัสดุพื้นเป็น BlueGuard, และโทนสีใหม่

  • Rodenstock ColorMatic เป็นสายเดียวที่ระบุอุณหภูมิที่วัดไว้ชัด และมี ColorMatic Dark ที่ปรับสำหรับ 35 องศาเซลเซียส

  • Nikon ใช้ผลิตภัณฑ์ Transitions ไม่มีโฟโตโครมิกของตัวเอง — ถามชื่อรุ่น Transitions ที่ใส่มา

  • ตัวเลขทุกตัวเป็นของผู้ผลิต เทียบข้ามแบรนด์ไม่ได้ สิ่งที่เทียบได้คือหมวดตาม ISO 12312-1


แหล่งอ้างอิง


อ่านต่อ

หน้าหลักที่เกี่ยวข้อง


บทความที่เกี่ยวข้อง

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
บทความที่ 223 : เปลี่ยนเลนส์ใหม่ทุกกี่ปี และเมื่อไหร่ควรอัปเกรดรุ่น ไม่ใช่แค่เปลี่ยนค่าสายตา

“ค่าสายตาเท่าเดิม” ไม่ได้แปลว่าเลนส์คู่เดิมยังทำงานเหมือนเดิม ชั้นเคลือบมีอายุที่ถูกกำหนดด้วยฟิสิกส์ของความร้อนและแรงเค้นในชั้นเคลือบ ไม่ใช่

 
 
 
บทความที่ 222 : อ่านใบวัดสายตาของตัวเอง: SPH, CYL, AXIS, ADD, PD และปริซึม

ใบวัดสายตาคือกระดาษที่บอก “ตาคุณต้องการกำลังแก้เท่าไหร่” ไม่ใช่ใบสั่งเลนส์ SPH บอกกำลังหลักและเครื่องหมายบวกลบบอกทิศทางของปัญหา CYL กับ AXIS

 
 
 
บทความที่ 221 : ค่าสายตาสองข้างต่างกันมาก: ทำไมเลนส์ธรรมดาใส่ไม่สบาย

ถ้าค่าสายตาสองข้างของคุณต่างกันหลายขั้น — ภาวะที่เรียกว่า anisometropia (ภาวะค่าสายตาสองข้างไม่เท่ากัน) — ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่ “ข้างหนึ่งชั

 
 
 

ความคิดเห็น


แว่นปุถุชน โปรเกรสซีฟ
โปรเกรสซีฟ @แว่นปุถุชน  เลนส์ แว่นตา สายตายาว  ควบคุม โดยนักทัศนมาตร และผู้เชี่ยวชาญด้านโปรเกรสซีฟ โดยตรง  ร้านแว่นตา ราคาดี
แว่นปุถุชน โปรเกรสซีฟ
​ร้านแว่นปุถุชน
เลขที่ 19 ซอยพหลโยธิน 21
ถนนพหลโยธิน แขวงจตุจักร
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 092 562 1664
​

PUTUCHON 19 Phaholyothin 21 Rd. Jatujak Bangkok 10900 Tel. 092 562 1664

by แว่นปุถุชน(Putuchon)--OpticsRepublic Proudly created with Wix.com

แว่นปุถุชน optics republic

ผู้ส่งออกเลนส์โปรเกรสซีฟ จำหน่ายตรงถึงผู้ใช้ มีทั้ง เลนส์แบรนด์ต่างประเทศ และเลนส์โปรเกรสซีฟ House Brand คุณภาพสูง คุ้มค่า คุ้มราคากว่า ทำงานโดยทีมงานคุณภาพที่เป็นผู้ชำนาญส่งออกและนำเข้าสินค้าทางวิทยาศาสตร์กว่า 30 ปี ควบคุมการตรวจวัดสายตาโดยนักทัศนมาตรผู้ได้รับใบอนุญาต การจ่ายเลนส์โปรเกรสซีฟโดยนักทัศนมาตร และทีมช่างคุณภาพเชี่ยวชาญเรื่องการเลือกและ Fitting โปรเกรสซีฟ (ใช้เวลา ประมาณ30–45 นาที) รับนัดเท่านั้น ไม่มี Walk in

 

Optics Republic ( putuchon.com) is an optical store that specializing in Progressive lens. We started our business from our experties of being in the business of importing and exporting of Scientific related products, including long shelf life foods, industrial chemicals, lens and contact lens, over 30 years ago.

We have high quality progressive lenses from the international brands as well as the export quality prigressive lens from our House Brand produced at local and as well as international factories. All of our eye exams are done under the supervision of the Optometrist, skilled opticians and refractionist specializing in dispensing Progressive lens.

 

แว่นปุถุชน(Putuchon) --OpticsRepublic 19 ซอยพหลโยธิน 21 แขวงจตจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

19 Phaholyothin21 Rd. Jatujak Bangkok 10900

​

BTS สถานีพหลโยธิน 24 ทางออก 3 เดิน 250 เมตร

อยู่ใกล้ เซนทรัลลาดพร้าว (Central Ladprao) ยูเนียน มอลล์ Union Mall เมเจอร์ รัชโยธิน ( Major Ratchayothin) ตึกช้าง (Elephant Tower) ตึกรสา1 (Rasa1 Tower)

สามารถจอดรถหน้าร้านได้

Tel 092-562-1664 Line: https://lin.ee/9yYnLRI| Messenger: m.me/opticrepublic | www.putuchon.com

เปิดวัดสายตา วันพฤหัสบดี–วันอาทิตย์ 9.00-19.00 น (นัดหมายล่วงหน้า เท่านั้น ไม่รับ Walk in)

4.9 ★ จากรีวิว Google จากลูกค้าผู้ใช้จริง กว่า 200 รายการ  รีวิว (Review)​​

bottom of page