บทความที่ 10 : 4 สาเหตุที่ส่งผลต่อการมองเห็น ทำไม “สุขภาพกาย” และ “ยาที่กิน” ถึงมีผลต่อค่าสายตาของคุณ?
- tbfc1000
- 6 พ.ค.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การตัดแว่นสักอัน โดยเฉพาะ เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lens) ที่มีความละเอียดสูง หลายคนมักเลือกจากยี่ห้อเลนส์หรือกรอบที่ชอบ แต่ทราบหรือไม่ครับว่า "สภาพร่างกาย" ในวันที่วัดสายตา คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะกำหนดว่าแว่นนั้นจะใส่สบายหรือจะเบลอ
วันนี้เราสรุป 4 สาเหตุที่ส่งผลต่อการมองเห็น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าสายตาที่คุณควรเช็คก่อนนัดวัดแว่น

1. โรคประจำตัวที่ทำให้ค่าสายตาไม่คงที่
• โรคเบาหวาน (Diabetes) : ตัวการสำคัญที่สุด หากระดับน้ำตาลในเลือดสูง เลนส์ตาจะบวมทำให้สายตาสั้นเพิ่มขึ้นชั่วคราว หากวัดสายตาช่วงนี้ แว่นจะชัดแค่ตอนน้ำตาลสูง แต่จะเบลอทันทีเมื่อน้ำตาลลดลงสู่ปกติ
• โรคไขมันในเลือดสูง (High Choresterol) : อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อม เนื่องจากออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงดวงตาไม่เพียงพอ และอาจมีอาการตามัวฉับพลัน หรือตาพร่ามัวเป็นระยะ ภายนอกอาจส่งผลให้เกิดต่อมไขมันที่เปลือกตา
• โรคไทรอยด์ (Thyroid Eye Disease) : อาจทำให้ตาโปน กล้ามเนื้อตาอักเสบ หรือเห็นภาพซ้อน (Double Vision) ซึ่งต้องใช้ความละเอียดสูงในการคำนวณค่าสายตา
• โรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE) : มักมาพร้อมอาการ "ตาแห้งรุนแรง" และการอักเสบภายในตา ทำให้การมองเห็นในแต่ละวันไม่คงที่ วัดค่าสายตาได้นิ่งยากกว่าปกติ
• โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) : ส่งผลต่อเส้นเลือดในดวงตา และยาบางชนิดอาจทำให้ตาแห้งหรือโฟกัสภาพช้าลง
• โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) : มักมาคู่กับอาการ "ตาแห้งรุนแรง" ทำให้กระจกตาไม่ใสเคลียร์
ส่งผลให้วัดค่าสายตาได้ไม่แม่นยำและระคายเคืองตาเวลาใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์
2. "ยาประจำตัว" ที่ส่งผลต่อดวงตา
ยาหลายชนิดมีผลข้างเคียงชั่วคราวที่ทำให้การวัดค่าสายตาคลาดเคลื่อนได้:
• ยาภูมิแพ้ / ยาลดน้ำมูก : ทำให้เกิดอาการตาแห้งอย่างมาก มองภาพไม่ใสเคลียร์
• ยาคลายเครียด / ยานอนหลับ : ทำให้กล้ามเนื้อตาที่ใช้เพ่ง (Accommodation) คลายตัวเกินไป ส่งผลต่อการวัดค่าสายตายาว
• ยาสเตียรอยด์ : หากใช้ต่อเนื่องอาจทำให้ความดันตาเพิ่มสูงขึ้น และเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกเร็วขึ้น
• ยาในกลุ่ม SLE (เช่น Chloroquine) : ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเพราะอาจส่งผลต่อจอประสาทตาในระยะยาว
3. ประวัติการผ่าตัดดวงตา
• การผ่าตัดต้อกระจก : หลังเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม ค่าสายตาจะเปลี่ยนไปทั้งหมด ควรรอให้แผลหายสนิทและค่านิ่ง (ประมาณ 1-2 เดือน) ก่อนตัดแว่นใหม่
• การผ่าตัดวุ้นตาหรือจอประสาทตา : หากมีการฉีดแก๊สหรือน้ำมันเข้าไปในตา ควรรอให้จักษุแพทย์ยืนยันว่าอาการคงที่แล้วเท่านั้น เพราะค่าสายตาจะเหวี่ยงมากในช่วงแรก
4. ความเหนื่อยล้าและการพักสายตา
การอดนอนหรือใช้สายตาหน้าจอนานๆ ก่อนมาวัดสายตา จะทำให้กล้ามเนื้อตาเกิดอาการ "ล้า" (Eye Strain) จนเกิดภาวะสายตาสั้นเทียม (Pseudo Myopia) ทำให้วัดค่าออกมาผิดพลาดได้
เตรียมตัวอย่างไร? ให้ได้ค่าสายตาที่แม่นยำที่สุด
• คุมระดับน้ำตาลและความดัน : ให้คงที่ต่อเนื่องอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
• พักสายตาและพักผ่อนให้เพียงพอ : หลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอก่อนเข้าตรวจ
• แจ้งข้อมูลสุขภาพ : บอกชื่อโรคประจำตัว ยาที่ทาน หรือประวัติการผ่าตัดตาให้ผู้เชี่ยวชาญทราบเสมอ
เพราะความชัดเจน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเลนส์เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นที่สุขภาพกายที่ดีของคุณครับ ดังนั้นก่อนการไปวัดสายตาประกอบแว่น ควรเช็คสุขภาพและยาที่คุณใช้ประจำด้วยว่ามีผลต่อค่าสายตาหรือไม่
บทความเกี่ยวข้อง
ดูบทความทั้งหมด: เลนส์โปรเกรสซีฟ | เลนส์และ เทคโนโลยีเลนส์ | ปัญหาสายตา | โรคตาและสุขภาพสายตา | กรอบแว่นและการดูแลรักษา | ความรู้ทั่วไป & Fashion Trends
ร้านแว่นปุถุชน (Putuchon) — Optics Republicผู้ส่งออกเลนส์โปรเกรสซีฟ จำหน่ายตรงถึงผู้ใช้ทีมงานผู้ชำนาญการนำเข้าและส่งออกสินค้าทางวิทยาศาสตร์กว่า 30 ปี
19 ซอยพหลโยธิน 21 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900ใกล้เซ็นทรัล ลาดพร้าว
BTS พหลโยธิน 24 ทางออก 1 เดิน 250 เมตรโทร. 092 562 1664 | LINE: @692khikm
Messenger: m.me/WanPutuchon ตรวจวัดสายตาโดยนักทัศนมาตร 30–45 นาที · ศุกร์–อาทิตย์
9.00–19.00 น. (ไม่รับ Walk-in) 4.9 ★ จากรีวิว Google กว่า 200 รายการ | www.putuchon.com
.png)



ความคิดเห็น