top of page

ทำไมตัดแว่นแล้วไม่ชัด?

  • tbfc1000
  • 2 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

เช็ค 5 โรคตัวร้ายที่ทำให้ "สายตาไม่นิ่ง" จนตัดแว่นพลาด!


คุณเคยไหม? ทำไมตัดแว่นแล้วไม่ชัด ไม่กี่เดือนก็เริ่มรู้สึกมัวอีกแล้ว หรือบางวันมองชัด บางวันมองเบลอ จนเริ่มไม่แน่ใจว่าค่าสายตาจริงๆ ของเราคือเท่าไหร่กันแน่?

ทำไมตัดแว่นแล้วไม่ชัด

อาการ "สายตาไม่นิ่ง" ไม่ใช่แค่เรื่องของความล้าจากการใช้หน้าจอเสมอไป แต่มันอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่ากำลังมีบางอย่างผิดปกติ หากคุณรีบไปวัดสายตาเพื่อตัดแว่นในขณะที่สายตายังไม่คงที่ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังอาจทำให้สุขภาพตาแย่ลงกว่าเดิมด้วย


สาเหตุที่ทำให้สายตาคุณเปลี่ยนไปมาจนน่าตกใจ


1. เบาหวาน ตัวการเงียบ

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เลนส์ตาจะบวมน้ำ ทำให้การหักเหแสงเปลี่ยนไป หากคุณไปวัดสายตาช่วงที่น้ำตาลสูง แว่นที่ได้จะใช้งานไม่ได้เลยเมื่อระดับน้ำตาลกลับมาปกติ


2. โรคตาแห้งเรื้อรัง

หลายคนมองข้าม แต่ "น้ำตา" คือส่วนสำคัญในการหักเหแสง ถ้าตาแห้งมาก ผิวตาจะขรุขระ ทำให้การมองเห็นพร่ามัวสลับชัด จนวัดค่าสายตาคลาดเคลื่อนได้ง่าย


3. ต้อกระจกในระยะเริ่มต้น

โรคนี้ไม่ได้เกิดแค่กับผู้สูงอายุเท่านั้น ในบางรายเลนส์ตาที่เริ่มขุ่นจะทำให้ค่าสายตาสั้น "พุ่งสูงขึ้น" อย่างรวดเร็ว จนต้องเปลี่ยนแว่นบ่อยผิดปกติ


4. สายตาสั้นเทียม (Pseudomyopia)

เกิดจากกล้ามเนื้อตาเกร็งค้างจากการจ้องหน้าจอนานๆ ทำให้วัดค่าสายตาได้ "สั้นกว่าความเป็นจริง" หากตัดแว่นตามค่านี้จะทำให้ปวดตาและเวียนหัวมาก


5. กระจกตาย้วย (Keratoconus)

ความผิดปกติที่กระจกตาค่อยๆ บางลงและป่องเป็นกรวย ทำให้สายตาเอียงและสั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนแว่นสายตาทั่วไปเริ่มเอาไม่อยู่


สรุป : ก่อนตัดแว่น ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

การวัดสายตาที่แม่นยำที่สุดควรทำในวันที่ร่างกายพร้อม หากคุณมีโรคประจำตัวควรควบคุมอาการให้คงที่เสียก่อน และที่สำคัญ หากพบว่าค่าสายตาเปลี่ยนเร็วผิดปกติภายใน 3-6 เดือน การไปพบ "จักษุแพทย์" เพื่อตรวจสุขภาพตาโดยละเอียดสำคัญกว่าการเดินเข้าร้านแว่นทั่วไปครับ


เพราะแว่นตาที่ดี ไม่ใช่แค่แว่นที่ชัดที่สุด แต่คือแว่นที่ตรงกับสุขภาพตาของคุณจริงๆ

ความคิดเห็น


©2023 by Putuchon1. Proudly created with Wix.com

bottom of page